เอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชี้แจงกรณีกระแสข่าวชาวอิสราเอลเข้ามาปักหลักทำมาหากิน และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองของจังหวัดลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึก เพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่มีชาวต่างชาติเข้ามายึดครองอำเภอปายอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกหน่วยงานมีการบูรณาการตรวจสอบให้อยู่ภายใต้กฎหมาย
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม และมีสภาพอากาศที่ดี อยู่ใกล้กับจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเป็น 1 ใน 7 พื้นที่ของประเทศไทยที่มีโบสถ์ยิว ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อน และไม่ใช่การหนีสงครามเข้ามา
“สำหรับตัวเลของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในอำเภอปายนั้น เดินทางเข้าออกเฉลี่ยเดือนละ 2,000-3,000 คน ส่วนทั้งปีตัวเลขสะสมอยู่ที่ 30,000 คน กรณีที่บอกว่ามีจำนวนหลายหมื่นคนนั้นไม่ถูกต้อง ส่วนที่บอกว่า มีการแย่งอาชีพคนไทย และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ต้องยอมรับว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เรื่องการแย่งอาชีพได้มีการเฝ้าระวังตรวจตรา จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว”
“ส่วนกรณีการตั้งโบสถ์ศาสนายูดาห์ของชาวอิสราเอลในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรที่ผิด และอยู่ในสายตาของทางการไทย ซึ่งที่ผ่านมาใช้เป็นสถานที่พบปะจัดกิจกรรมทางศาสนา ตามความเชื่อของชาวยิวจะมาสวดมนต์ และเล่นดนตรี รับประทานอาหารร่วมกันในทุกวันศุกร์ และวันเสาร์ ไม่ได้มีการจัดปาร์ตี้แต่อย่างใด โดยตอนนี้ได้ส่งทีมท่องเที่ยวพลัสแม่ฮ่องสอน ได้เข้าไปทำความเข้าใจกับทางผู้ประกอบการที่ติดป้ายไม่ต้อนรับชาวอิสราเอล และตัวแทนทางศาสนาแล้ว และสถานการณ์คลี่คลายขึ้น”
— เอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน กล่าวด้วยว่า อยากให้ความมั่นใจกับประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนที่ไม่สบายใจ ว่าการท่องเที่ยวของอำเภอปาย อยู่ในสภาวะที่ปกติ มีทั้งฝ่ายปกครอง และตำรวจ เข้าดูแลความเรียบร้อย ให้สามารถดำรงชีวิตกันตามปกติ และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดี ส่วนนักท่องเที่ยวชาติไหนที่เข้ามาก่อปัญหา หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ได้มีการดำเนินการตามกฎหมาย และผลักดันออกนอกประเทศ รวมถึงขึ้นแบล็คลิสต์ไว้ เช่น กลุ่มที่เข้ามาสร้างปัญหากับหมอ และพยาบาลที่โรงพยาบาลปาย
ด้าน ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากกระแสปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอปาย ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวโดยรวม ซึ่งอัตราการเข้าพักแรมยังเยอะ และไม่มีแนวโน้มในเรื่องของการยกเลือกการจองที่พักแต่อย่างใด
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น จากการลงพื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ความมั่นคง และในนามทีมแม่ฮ่องสอนพลัส พบว่า มีปัญหาที่ชุมชนได้สะท้อนออกมาจริง ทั้งเรื่องปัญหาการขนส่ง ปัญหาด้านการจราจรที่ไม่เคารพกฎหมาย การแต่งกายที่ไม่รัดกุม ซึ่งในนามของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเข้มงวดตรวจตราและมีการดำเนินคดีตามกฎหมายตามลำดับขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก
"จากกรณีที่เกิดขึ้นถือว่าชุมชนได้สะท้อนปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดการแก้ไขที่ถูกจุด ซึ่งส่งผลที่ดีต่อการท่องเที่ยวปายให้มีมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นในอนาคต"




