ด่วน! กรมชลฯ-ปภ.เตือนภัยระดับสูง “เขื่อนแม่กลอง” ระบายน้ำทะลุ 2,000 ลบ.ม./วินาที สั่งอพยพ 7 อำเภอ จ.ราชบุรี ยกระดับเฝ้าระวัง 4 จังหวัดริมน้ำ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 13 ออกประกาศแจ้งเตือนภัยขั้นสูงสุด พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำแม่กลอง หลังมวลน้ำจากแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ไหลสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองจนระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่ง
สรุปสถานการณ์และไทม์ไลน์การระบายน้ำท้ายเขื่อน
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง รายงานการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนประจำวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อรองรับมวลน้ำหลากดังนี้
- 11.00 น. ระบายน้ำท้ายเขื่อนที่อัตรา 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- 12.00 น. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- 13.00 น. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานคาดการณ์ว่าอาจมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำขึ้นไปอีกถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองท้ายเขื่อนปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 80 เซนติเมตร จากระดับปัจจุบัน
พื้นที่ได้รับผลกระทบและการแจ้งเตือนภัย
1. ประกาศอพยพทันที (พื้นที่สีแดง จ.ราชบุรี)
ปภ. ส่งสัญญาณ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ริมคลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ ในเขต 7 อำเภอของจังหวัดราชบุรี ให้ดำเนินการอพยพออกจากพื้นที่ทันที
- อำเภอบ้านโป่ง
- อำเภอโพธาราม
- อำเภอเมืองราชบุรี
- อำเภอบางแพ
- อำเภอดำเนินสะดวก
- อำเภอวัดเพลง
- อำเภอปากท่อ
2. พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง (4 จังหวัดลุ่มน้ำแม่กลอง)
กรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำ คลองสาขา และขอบลำน้ำใน 4 จังหวัด ให้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- จังหวัดกาญจนบุรี (พื้นที่รับน้ำตอนบนท้ายเขื่อน)
- จังหวัดราชบุรี (พื้นที่รับผลกระทบหลัก)
- จังหวัดสมุทรสงคราม (พื้นที่ปลายน้ำก่อนออกสู่อ่าวไทย)
- จังหวัดสมุทรสาคร (พื้นที่เชื่อมโยงโครงข่ายลำน้ำ)


ข้อควรปฏิบัติและมาตรการรับมือฉุกเฉิน
- การอพยพกลุ่มเปราะบาง เร่งเคลื่อนย้ายเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ไปยังศูนย์พักพิงหรือพื้นที่ปลอดภัยทันที
- การป้องกันทรัพย์สิน ขนย้ายสิ่งของจำเป็น อุปกรณ์ไฟฟ้า และยานพาหนะขึ้นที่สูง
- ความปลอดภัยด้านไฟฟ้า ปลดสะพานไฟและตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่อยู่ในระดับต่ำเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว
- เตรียมแผนฉุกเฉิน จัดเตรียมกระเป๋าบรรจุสิ่งของจำเป็น และพร้อมปฏิบัติตามแผนอพยพทันทีหากเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนฉับพลัน
ช่องทางการติดต่อและขอความช่วยเหลือ
หากประชาชนในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนายอำเภอในพื้นที่ได้ทันที รวมถึงช่องทางสายด่วน ปภ.
- Line Official Account "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (Line ID: @1784DDPM)
- สายด่วนนิรภัย โทร 1784 (เปิดรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง)





