สทนช.ออกประกาศด่วน จับตา “น้ำโขงเพิ่มสูง” เสี่ยงล้นตลิ่ง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2569 เรื่อง แจ้งระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและล้นตลิ่ง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมขอให้หน่วยงานในพื้นที่และประชาชนริมแม่น้ำโขง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับผลกระทบจากระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลง
ร่องมรสุมพาดผ่าน
สถานการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยสภาพอากาศหลายด้าน ทั้งร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
ส่งผลให้ระหว่าง 31 สิงหาคม–2 กันยายน 2569 พื้นที่ตอนบนของ สปป.ลาว รวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มีแนวโน้มเผชิญ ฝนตกหนักถึงหนักมาก

จับตา “น้ำไหลผ่านเขื่อนไซยะบุรี” ตัวเร่งระดับน้ำโขง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือปริมาณน้ำที่จะไหลผ่าน เขื่อนไซยะบุรี ซึ่ง สทนช.คาดการณ์ว่าในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 จะมีน้ำไหลผ่านประมาณ 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เมื่อประกอบกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำโขง จึงส่งผลให้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สทนช.คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า 5 วัน ระหว่าง 31 สิงหาคม–6 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ผลการคาดการณ์พบว่า ระดับน้ำโขงส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 2.0–4.8 เมตร
และจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีความเสี่ยงที่ระดับน้ำจะสูงจน ล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมขัง

2 จุดเสี่ยง “ระดับน้ำเกินวิกฤต”
“หนองคาย” น้ำจ่อเกินระดับวิกฤต 2–4 ก.ย.
ที่ สถานีหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย สทนช.คาดว่าระดับน้ำจะสูงกว่าระดับวิกฤตในช่วง 2–4 กันยายน 2569
โดยคาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในวันที่ 4 กันยายน และสูงกว่าระดับวิกฤตประมาณ 0.28 เมตร
“บึงกาฬ” เสี่ยงหนักกว่า น้ำจ่อเกินวิกฤต 1.22 เมตร
ส่วนที่ สถานีบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีแนวโน้มที่ระดับน้ำจะสูงกว่าระดับวิกฤตตั้งแต่ 2–5 กันยายน 2569
โดยระดับน้ำคาดว่าจะสูงสุดในวันที่ 5 กันยายน และอาจสูงกว่าระดับวิกฤตถึง 1.22 เมตร

4 จังหวัดริมโขงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สทนช.ระบุพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงที่ควรเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง ได้แก่
หนองคาย
อำเภอสังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ เมืองหนองคาย โพนพิสัย และรัตนวาปี
บึงกาฬ
อำเภอปากคาด เมืองบึงกาฬ บุ่งคล้า และบึงโขงหลง
นครพนม
อำเภอบ้านแพง ท่าอุเทน เมืองนครพนม และธาตุพนม
มุกดาหาร
อำเภอหว้านใหญ่ เมืองมุกดาหาร และดอนตาล
นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังริมลำน้ำสาขาของประเทศไทยที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้อย่างสะดวก เพราะอาจเกิดน้ำเอ่อล้นและน้ำท่วมขังได้เช่นกัน

สทนช.ขอประชาชนริมโขง “อย่าประมาท”
สทนช.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ
ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง รวมถึงผู้ที่สัญจรหรือประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำ ติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วง 2–5 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายพื้นที่มีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นและบางจุดอาจเกินระดับวิกฤต
ทั้งนี้ สถานการณ์ยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะระดับน้ำโขงไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝนในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำโขงและการไหลผ่านเขื่อนใน สปป.ลาวด้วย





