กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ในการร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือของไทย โดยย้ำว่า ปัญหาหมอกควันข้ามแดน เป็นประเด็นสำคัญระดับภูมิภาค ที่มีความพยายามแก้ไขมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง
ในห้วงที่ผ่านมา ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น และได้สั่งการ มงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เพื่อแจ้งความห่วงกังวลของไทย ในเรื่องการเผาป่า
เอกอัครราชทูตฯ ยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา เพื่อแจ้งข้อห่วงกังวลในเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งฝ่ายเมียนมา แสดงความพร้อมที่จะเร่งหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเทศลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อขอความร่วมมือในการควบคุมปริมาณการเผาป่าในฤดูแล้งนี้
ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยยังได้หยิบยกประเด็นปัญหาหมอกควันข้ามแดนในการพบหารือระหว่าง ดร.เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ซึ่งเยือนไทยระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 1 เมษายน 2566 ด้วย โดยนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอรับการสนับสนุนจากเลขาธิการอาเซียน ในการผลักดันความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และให้จัดการประชุมประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ซึ่งเลขาธิการอาเซียน พร้อมสนับสนุนด้วยดี
ทั้งนี้ ทุกประเทศอาเซียน ได้เป็นภาคีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) ซึ่งเป็นกลไกเพื่อป้องกัน ติดตามและตรวจสอบมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ตั้งแต่ปี 2546 และเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2566 ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ได้หารือถึงความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน 2 ด้าน ได้แก่
ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากจะผลักดันผ่านการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียนแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังได้ผลักดันความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในทุกระดับในหลายโอกาส รวมทั้งผลักดันผ่านกรอบความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภาคีภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเยอรมัน ตามแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) ที่มีอยู่
ในห้วงที่ผ่านมา ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น และได้สั่งการ มงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เพื่อแจ้งความห่วงกังวลของไทย ในเรื่องการเผาป่า
เอกอัครราชทูตฯ ยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา เพื่อแจ้งข้อห่วงกังวลในเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งฝ่ายเมียนมา แสดงความพร้อมที่จะเร่งหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเทศลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อขอความร่วมมือในการควบคุมปริมาณการเผาป่าในฤดูแล้งนี้
ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยยังได้หยิบยกประเด็นปัญหาหมอกควันข้ามแดนในการพบหารือระหว่าง ดร.เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ซึ่งเยือนไทยระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 1 เมษายน 2566 ด้วย โดยนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอรับการสนับสนุนจากเลขาธิการอาเซียน ในการผลักดันความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และให้จัดการประชุมประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ซึ่งเลขาธิการอาเซียน พร้อมสนับสนุนด้วยดี
ทั้งนี้ ทุกประเทศอาเซียน ได้เป็นภาคีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) ซึ่งเป็นกลไกเพื่อป้องกัน ติดตามและตรวจสอบมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ตั้งแต่ปี 2546 และเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2566 ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ได้หารือถึงความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน 2 ด้าน ได้แก่
- การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการควบคุมหมอกควันข้ามแดนของอาเซียน (ASEAN Co-ordinating Centre for Transboundary Haze Pollution Control: AATHPC) ที่อินโดนีเซีย
- การจัดทำแผนงานว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน เพื่อควบคุมมลพิษหมอกควันข้ามแดน ด้วยวิธีปฏิบัติฉบับใหม่
ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากจะผลักดันผ่านการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียนแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังได้ผลักดันความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในทุกระดับในหลายโอกาส รวมทั้งผลักดันผ่านกรอบความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภาคีภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเยอรมัน ตามแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) ที่มีอยู่




