เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังประสบปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด สืบเนื่องจากสหกรณ์โคนมรับซื้อน้ำนมดิบน้อยลง ตามที่มีการปรับเปลี่ยนอัตราการรับซื้อให้น้อยลง ทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง กระทบกับความเป็นอยู่ จึงขอให้ภาครัฐช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ร่วมตัวเทน้ำนมทิ้ง ซึ่งภาคเหนือมีสหกรณ์โคนมทั้งหมดจำนวน 18 แห่ง และเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 9 แห่ง


จากการลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรโคนมที่ประสบปัญหาดังกล่าวใน ต.ออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ได้ข้อมูลว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะต้องรีดนมวัวทุกวัน หากไม่รีดนมออกจากตัววัว จะทำให้วัวป่วยและตายได้ โดย ณ ปัจจุบันนี้ ปริมาณน้ำนมดิบของเกษตรกรมีอยู่เท่าเดิม แต่การรับซื้อน้อยลง ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
มณีรัตน์ มหาวัน เจ้าของ วินด์มิลล์ ฟาร์ม เล่าว่า ปัญหาดังกล่าวเริ่มมาจากการแบ่งกลุ่มพื้นที่บริหารจัดการใหม่ ทำให้โรงงานผลิตนมในโครงการนมโรงเรียน มีการปรับปริมาณลดการรับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์ ซึ่งเกษตรกรโคนมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนจะส่งน้ำนมดิบให้กับทางสหกรณ์เป็นหลักทำให้เมื่อมีการปรับลดการซื้อน้ำนมดิบก็จะส่งผลต่อเกษตรกรโดยตรง อยากขอส่งเสียงให้หน่วยงานภาครัฐช่วยหาผู้ประกอบการที่จะรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรยังอยู่ได้และไม่ให้เห็นภาพในเชิงลบที่มีการรวมตัวกันเทนมทิ้ง

“ในตอนนี้แค่พื้นที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ มีจำนวนฟาร์มโคนมกว่า 100 แห่งที่ประสบปัญหาเดียวกัน แม้ว่าทางสหกรณ์จะมีการไปให้บริษัทโรงงานเอกชนในการผลิตนมกล่องจากน้ำนมดิบที่ล้นตลาด แต่ก็มีปัญหาที่ไม่สามารถหาตลาดในการจำหน่ายนมกล่องเหล่านี้ได้ ทำให้หากนมกล่องล้นตลาดอีก ในอนาคตก็อาจจะมีการจำกัดการรับซื้อน้ำนมดิบอีก” มณีรัตน์ กล่าว
จากปัญหาน้ำนมดิบและนมกล่องที่ผลิตจากน้ำนมดิบเหล่านี้ยังคงล้นตลาด ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดโครงการที่จะให้คนไทยดื่มนมไทยเพื่อช่วยเกษตรกรไทย

ศุภมิตร กิจจำพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวที่เชียงใหม่ยังคงมีน้ำนมดิบล้นตลาดประมาณวันละ 18.6 ตัน และผลิตภัณฑ์นมกล่องยูเอชทีที่ยังคงเหลือในสต๊อกของสหกรณ์โคนมจำนวนมาก ทำให้อยากจะจัดโครงการและทำให้เกิดการผลักดันสร้างกระแสให้เกิดการรู้จักนมของจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีมาตรฐานและคุณภาพสูง

สำหรับ โครงการ “Drink Milk, Save Farmers - ดื่มนมไทย ช่วยเกษตรไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคนมไทยเพิ่มมากขึ้น และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิตนน้ำนมดิบให้มีรายได้ที่มั่นคง รวมถึงส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนผ่านการบริโภคผลิตภัณฑ์นมและการท่องเที่ยวด้านการเรียนรู้เชิงเกษตรกรฟาร์มโคนม
“อย่างไรก็ตามอยากจะให้ภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร สมาชิกสหกรณ์โคนมได้มีการร่วมผลักดันกิจกรรมนี้ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างและเป็นพลังสำคัญให้เกษตรกรยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาวและสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

ด้าน วิเชียร สันกาวี ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนม ภาคเหนือ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของน้ำนมดิบในตอนนี้อุปสงค์กับอุปทานมีไม่เท่ากัน เพราะว่ากำลังผลิตของเกษตรกรมีมาก แต่ความต้องการในตลาดยังคงมีน้อย เนื่องจากเกษตรกรมีการพัฒนาในเรื่องของการเลี้ยงให้ดีขึ้นทำให้มีน้ำนมเพิ่มขึ้นมีคุณภาพดีขึ้น แต่ความต้องการในตลาดลดลงมีอยู่สองปัจจัยหลักก็คือ คนไทยดื่มนมน้อยลง และมีนมจากต่างประเทศเข้ามาแย่งพื้นที่การตลาดของนมไทย
วิเชียร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการแก้ไขในเบื้องต้น ต้องรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมไทยมากขึ้น เชื่อว่านมวัวของคนไทยนั้นอร่อยและมีคุณค่าทางอาหารไม่ด้อยไปกว่าของต่างประเทศ และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นขนมหรืออาหารอื่นๆได้อีกด้วย
“ก็หวังว่ากิจกรรมในการรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมไทยจะช่วยให้คนมาสนใจการดื่มนมอีกครั้ง ก็จะเป็นการช่วยเกษตรกรอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าเกิดว่ามันแก้ไขยังไม่ได้ก็ต้องมาดูเรื่องของตลาดนำการผลิตอีกครั้งในอนาคต”

ขณะที่พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่า ขณะนี้ได้รับฟังข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำจนถึงปลายน้ำ ทางพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่จะให้การส่งเสริมในเรื่องการทำงานของระบบสหกรณ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่จะวางแผนทางด้านผลผลิตในปีต่อไปต้องมีการวางแผนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้ครบระบบของการพัฒนา คาดว่าปีหน้า (2569) จะสามารถรองรับผลผลิตจากเกษตรกรโคนมได้ดีกว่าปีนี้
ส่วนปีนี้ก็อาจจะใช้กิจกรรมเฉพาะกิจเข้าไปเสริม โดยเฉพาะกิจกรรมด้านการตลาด ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ มีเครือข่ายที่จะไปพูดคุยกับทางห้างสรรพสินค้าหรือช่องทางการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ขอให้เกษตรกรโคนมมีกำลังใจรักษาคุณภาพของนมไทยให้ดี เชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจากการที่ทุกฝ่ายทั้งตัวเกษตรกร สหกรณ์ ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันแก้ไขปัญหา






