พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมราชทัณฑ์ กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เอื้อประโยชน์แก่ ‘ผู้ต้องขังจีนเทา’ หรือกรณี ‘คุก VIP’ ภายหลังได้ขีดเส้น 5 วัน สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
โดยหลังใช้เวลประชุมราว 1 ชั่วโมง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าว่า ได้ประชุมร่วมกับ ไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรับรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ รวมถึงหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินการในส่วนคดีอาญา
เบื้องต้นพบการกระทำผิดชัดเจนเรื่องของวินัยร้ายแรง และได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4 นาย โดยเป็นผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง 1 นาย และอีก 3 นายเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรือนจำฯ ซึ่งรับรู้เรื่องการกระทำความผิดและไม่ดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ 4 นาย อยู่ในจำนวน 20 รายชื่อที่ถูกคำสั่งย้ายไปเรือนจำต่างจังหวัดก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ยังมีพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานและอีกหลายๆ ส่วนที่จะยืนยันการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงได้ โดยคณะทำงานจะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เหลืออีก 14 นาย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากบางคนก็อาจอยู่ในสภาวะจำยอมจากการที่ผู้บังคับบัญชาการสั่งการ อีกทั้งตอนที่ผมได้เข้าไปตรวจเรือนจำวันแรก ก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนเขียนจดหมายน้อยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นยัดใส่มือผม ดังนั้น ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด บางคนอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่ไปอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเท่านั้น บางคนอาจมีความผิดเล็กน้อยตามลำดับชั้น ดังนั้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พล.ต.ท.รุทธพล เผยต่อไปว่า “ส่วนประเด็นที่ DSI ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ผบ.เรือนจำฯ และพวกนั้น ทราบว่าดำเนินการไปได้ค่อนข้างมากแล้ว และตรวจสอบไปแล้วหลายชั้นจนถึงกลุ่มเครือญาติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการสรุปรายงานอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในรายละเอียดสำนวนการสืบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมไปถึงกระแสข่าวลือว่าหญิงนางแบบชาวจีนทั้ง 2 คน ได้รับเงินค่าจ้าง 5 แสนบาทด้วยนั้น ก็ต้องดำเนินการขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ฉาวเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หรือที่เรียกขานกันว่า “ห้องเชือดใต้บันได” ล่าสุดได้มีข้าราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน รวมทั้งสิ้น 6 ราย ประกอบด้วย
- ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
- เลขานุการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ส่วนที่เพิ่ม 4 นาย ได้แก่ ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และอีก 3 เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ส่วนกรณี “รูปถ่ายครอบครัวชินวัตร” ภายหลังการเยี่ยมญาติใกล้ชิดที่เรือนจำกลางคลองเปรม พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า “ภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายจริง ซึ่งเกิดขึ้นในโครงการการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ซึ่งเป็นโครงการที่มีมานานแล้วกว่า 10 ปี ก็เป็นภาพทั่วไป”




