กระทรวงมหาดไทย (6 พฤศจิกายน 2566) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย / มท.1) ประชุมผู้บริหารขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม
อนุทิน กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ได้เริ่มปฏิบัติการพิเศษตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ขอเรียนให้ทราบว่ากระทรวงมหาดไทย โดยตนและอธิบดีกรมการปกครอง ได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อจัดระเบียบสังคม
โดยมีข้อสรุปว่า จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกระทรวงมหาดไทย กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีตนเป็นประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองประธาน อธิบดีกรมการปกครอง เป็นกรรมการ และ เลขานุการ เพื่อบูรณาการการทำงานจัดระเบียบสังคม และปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน มีประสิทธิภาพสูงสุด ยืนยันว่า ผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานไม่มีความขัดแย้งต่อกัน มีแต่ความร่วมมือกัน ที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
ต่อมาภายหลังการประชุม อนุทิน กล่าวถึงผลการประชุมในวันนี้ว่า เป็นการสรุปสิ่งที่ทำงานในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งมีข้อสั่งการให้เป็นแนวทางปฏิบัติของเดือนต่อไป ส่วนนโยบายเร่งด่วนคือเรื่องการจัดระเบียบสังคม ซึ่งได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทย และตำรวจ รวมทั้งการปกครองท้องถิ่น ที่ต้องทำงานร่วมกันให้สังคมมีความเรียบร้อย ไม่ได้เข้ามาทำให้เกิดความขัดแย้งหรือแย่งชิงผลงานกัน “จริงๆ ไม่มีอยู่แล้วแต่บางทีจังหวะที่เข้าไปการสื่อสารอาจจะคลาดเคลื่อน จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้อีก”

มท.1 ยังกล่าวถึงข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรีเรื่องแผนบูรณาการการท่องเที่ยวจากการเปิดสถานบริการถึงตี 4 นำร่องใน 4 จังหวัดท่องเที่ยว เริ่ม 15 ธันวาคม นี้ว่า นายกรัฐมนตรีต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาว่าควรจะเปิดในรูปแบบใด ไม่ใช่ทั้งประเทศ แต่ขอเน้นในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวสูง อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ซึ่งแต่ละจังหวัดจะต้องทำประชาพิจารณ์ เป็นขั้นตอนที่ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เมื่อถามว่าขณะนี้มีกฎหมายควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเวลาเปิดปิดสถานบริการ จะต้องแก้กฎหมายอะไรบ้าง อนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่ามีกฎหมายไหนขัดแย้งกันเองหรือไม่ เช่น พ.ร.บ.สุราให้ขายไม่เกินเที่ยงคืน ถ้าไม่ใช่สถานบริการประเภทหนึ่งก็ไม่สามารถขายได้ และหากไม่มีการเล่นดนตรี ก็จะเป็นร้านอาหารสามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมง
“ซึ่งกระแสข่าวก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนการแก้กฎหมายจะต้องหารือกับทางกระทรวงมหาดไทยว่าสามารถแก้ไขได้อย่างไร เช่น การขยายเวลาเปิดแค่ 2 ชั่วโมง ถึงขั้นทำประชาพิจารณ์ นำเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านกฤษฎีกา ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา จะต้องดำเนินการถึงขนาดนั้นหรือไม่”

อนุทิน กล่าวต่อว่า และในเมื่อกระทรวงมหาดไทยมีผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ก็ให้เป็นดุลพินิจของผู้ว่าฯ ร่วมกับตำรวจได้หรือไม่ หรือจะให้เป็นการประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือต้องใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าให้ออกเป็น พ.ร.ก. หรือเข้า ครม. อาจจะพ้นช่วงไฮซีซั่นไปแล้ว จึงต้องเร่งเข้าในที่ประชุม ครม.
เมื่อถามว่า มีความกังวลอะไรบ้างหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี มีทั้งคนเชียร์และคนไม่เชียร์ ซึ่งเราจะต้องรับฟังประชาชน แต่โซนท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เราสามารถพิจารณาได้เพราะจังหวัดเหล่านั้นจะมีสถานบริการประเภทหนึ่งที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร




