‘ปลัด มท.’ ถกผู้ว่าฯ 62 จังหวัดเกาะติดไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น PM 2.5 กำชับเร่งแก้ สร้างการรับรู้ ปชช.

30 มี.ค. 2566 - 17:18

  • ‘ปลัดมหาดไทย’ ประชุมผู้ว่าฯ 62 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ไฟป่า แก้ไขปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5

  • เน้นย้ำผู้ว่าฯ ต้องชี้แจงสร้างการรับรู้ประชาชนให้เข้าใจขั้นตอนทำงาน

  • ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

Ministry_of_Interior_meeting_with_governors_of_62_provinces_clinging_to_forest_fires_smog_PM_2_a2cad2319a.5-dust-SPACEBAR-Thumbnail
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 30 มีนาคม 2566 สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (ปลัด มท.) เป็นประธานการประชุมติดตามและแก้ไขปัญหากรณีไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 62 จังหวัด  

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ด้วยการยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก  

โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการ 8 มาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้น ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มอบนโยบายและกำกับติดตามการดำเนินงานแก้ไขสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การซักซ้อม การเตรียมการในเรื่องการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดสถานการณ์  

“ซึ่งที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ดำเนินการทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหากันอย่างหนักและต่อเนื่อง โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับ รับทราบการดำเนินงานพร้อมทั้งให้กำลังใจท่านผู้ว่าฯ และทีมงานทุกระดับ ในการดำเนินทุกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดที่ได้รับผลกระทบสูง อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย และนครนายก” 

ปลัดมหาดไทย กล่าวย้ำว่า “ผู้บังคับบัญชาเข้าใจดีว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีภารกิจที่เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส และต้องเผชิญเหตุกับสาธารณภัยทั้งตามฤดูกาล และนอกฤดูกาล จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกจังหวัดว่าผู้บังคับบัญชาทุกท่านทราบว่าท่านทำงานหนัก และขอให้ทุกท่านได้อดทน ไม่ย่อท้อ ในการบริหารสถานการณ์และแก้ไขปัญหา บรรเทาสถานการณ์ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะไฟป่า หมอกควัน PM 2.5 เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพพลานามัยของประชาชน โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ และการที่จะใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ” 

ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดจะต้องช่วยกันร่วมไม้ร่วมมือกับหน่วยราชการที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดูแลเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ที่มีไฟป่าอยู่เยอะ กระทรวงอุตสาหกรรมที่กำกับดูแลโรงงาน ไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล อันเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดหมอกควัน PM 2.5 รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งชาวนา ชาวไร่อื่นๆ และกระทรวงคมนาคม ที่ดูแลเรื่องการก่อสร้างถนน ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ในเขตเมือง ยวดยานพาหนะ ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดสถานการณ์ 

“ท่านผู้ว่าฯ ต้องเป็นผู้นำการขับเคลื่อน โดยมีรองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ปภ.จังหวัด และส่วนราชการในพื้นที่ บูรณาการทุกภาคส่วนหาทางป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ พร้อมทั้งสร้างการรับรู้กับประชาชนในทุกช่องทางสื่อสาร ให้ประชาชนได้ทราบถึงแนวทางการแก้ปัญหา เพราะสังคมหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดีจากท่านผู้ว่าฯ ในการระงับเหตุที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นเรื่องไฟป่า ที่ตอนนี้ประชาชนอยากได้รับข้อมูล ข้อความที่ชัดเจน เพื่อให้พวกเขาได้อุ่นใจว่าพวกเราจะช่วยกันในการที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เข้มแข็ง” ปลัดมหาดไทย กล่าว 

ปลัดมหาดไทย กล่าวอีกว่า เรื่องที่สำคัญ คือ 1.ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องตื่นตัวในการสวมบทบาทผู้นำของจังหวัด ผู้อำนวยการจังหวัดในพื้นที่ ที่จะช่วยกันระดมสรรพกำลัง ทั้งส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชน อาสาสมัครประเภทต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่ขณะนี้กำลังเผชิญปัญหาไฟป่า หมอกควันรุนแรง  

2.ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องทำให้สังคมได้ประจักษ์ว่าทางราชการทำอย่างเต็มที่แล้ว ด้วยการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน และภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนให้ชัดเจนถึงขั้นตอนการปฏิบัติ ขั้นตอนการทำงาน ทำให้พี่น้องประชาชนและสังคมได้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเท สร้างความอุ่นใจผู้ปฏิบัติและประชาชน และอย่าทดท้อกับการที่จะถูกบ่นถูกว่า “ต้องอดทนอดกลั้น ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการช่วยกันสร้างความอบอุ่นให้กับพี่น้องประชาชน”  

3.ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องจิตอาสา อาสาสมัครอย่างยิ่งยวด ด้วยการมีระบบในการวางแผน อำนวยการ ควบคู่กับการช่วยกันดูแลทำให้ทิศทางของไฟป่าไปในทิศทางที่สามารถจำกัดวงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรืองพี่น้องประชาชนได้ผลเป็นอย่างดี และ 4.ในแง่วัสดุอุปกรณ์ของส่วนกลาง โดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประเมินระดับสถานการณ์และหากพื้นที่ใดต้องการขอรับการสนับสนุนให้ประสานมายังอธิบดี ปภ. โดยทันที 

“การทำงานในภาวะจำกัด การสื่อสาร อธิบาย และการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ทั้งทางอากาศ และภาคพื้นดิน จะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจ โดยต้องสื่อสารชัดเจน ทั้งในรูปแบบและนอกรูปแบบ ทั้งหอกระจายข่าว รถกระจายเสียงเคลื่อนที่ ต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในทุกขั้นตอนการทำงาน และขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของจังหวัด/พื้นที่เกิดเหตุต้องทำงาน 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะช่วยรับแจ้งเหตุ รับเรื่องราวร้องทุกข์ สแตนบายสายด่วนนิรภัย 1784 และสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 เน้นย้ำต้องมีเจ้าหน้าที่อยู่เวรยาม ระวังเหตุ เพื่อให้พี่น้องประชาชนอุ่นใจ มีลู่ทางในการแจ้งเหตุ” สุทธิพงษ์ กล่าว

ด้าน บุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ PM 2.5 ปี 2565-2566 สถานการณ์ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบไฟป่า ในเดือนมีนาคม 27 จังหวัด ทั้งเหนือ กลาง อีสาน โดยขณะนี้จังหวัดที่ยังมีสถานการณ์ นครนายก เชียงราย เชียงใหม่  

สำหรับในการขอรับการสนับสนุนเครื่องมือจากส่วนกลาง ปภ. ได้ประสานทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกจังหวัด โดยหากพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะ เช่น ไฟจะลามเข้าสถานที่สำคัญ หมู่บ้าน/ชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยวที่จะกระทบเศรษฐกิจ รวมถึงพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้กำลังภาคพื้นดินเข้าไปช่วยได้ ถ้าพิจารณาแล้วต้องใช้อากาศยาน ให้ประสานโดยด่วน 

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำในช่วงท้ายการประชุม ขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดได้กำชับ นายอำเภอเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนงานร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ และประสานกับ อปท. ทุกแห่งสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ตามอำนาจหน้าที่ และจังหวัดที่มีเหตุรุนแรงขณะนี้ ขอให้ทุ่มเทสรรพกำลังดำเนินการให้พี่น้องอุ่นใจ ในส่วนจังหวัดที่ไม่มีสถานการณ์รุนแรง ขอให้เตรียมแผนสำหรับดำเนินการ ซึ่งต้องเป็นแผนที่ยั่งยืนด้วยหัวใจ คือ นายอำเภอเป็นผู้นำสำคัญที่จะดึงความรักความสามัคคีมาช่วยกันตามหลักการสามัคคีคือพลังค้ำจุนแผ่นดิน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นกรอบวิธีการในการช่วยกันวางแผนป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน PM 2.5  

“โดยต้อง Kick off ทันทีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน เพิ่มความเข้มข้นมาตรการตามสถานการณ์แต่ละพื้นที่ให้ได้ผล เพิ่มความรอบคอบรัดกุม และการสื่อสารกับสังคมเชิงรุก เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์ในพื้นที่” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
Ministry_of_Interior_meeting_with_governors_of_62_provinces_clinging_to_forest_fires_smog_PM_2_dfd4df73fb.5-dust-SPACEBAR-Photo01
Ministry_of_Interior_meeting_with_governors_of_62_provinces_clinging_to_forest_fires_smog_PM_2_b1bc424622.5-dust-SPACEBAR-Photo02
Ministry_of_Interior_meeting_with_governors_of_62_provinces_clinging_to_forest_fires_smog_PM_2_4b7d761cdd.5-dust-SPACEBAR-Photo03

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์