ที่ศูนย์บัญชาการรักษาความปลอดภัย กองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง BGF พันเอกหม่อง ชิตตูเลขาธิการบีจีเอฟ ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนทั้งเมียนมาและผู้สื่อข่าวไทยส่วนหนึ่งกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่สีเทาฝั่งประเทศเมียนมาตั้งแต่ทางเหนือเมืองเมียวดีลงไปทางใต้ และการส่งกลับเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากประเทศเมียนมาผ่านประเทศไทย โดยมีนายทหารในกองกำลังบีจีเอฟระดับสูงร่วมรับฟังการแถลงข่าว
พันเอก หม่อง ชิตตู ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใดๆ แค่ให้กลุ่มทุนจีนเช่าที่ดินและรับค่าเช่ารายปีเท่านั้น ที่พรรคฝ่ายค้านประเทศไทย เสนอชื่อให้ออกหมายจับนั้น รู้สึกไม่สบายใจและเสียใจ อยากถามว่า ทำผิดกฎหมายไทยด้วยข้อกล่าวหาอะไร หรือละเมิดประเทศไทยและละเมิดประชาชนคนไทยเรื่องอะไร
ที่ผ่านมาอยู่ชายแดนมา 30 กว่าปี เหมือนพี่น้องกัน ถ้าเจ้าหน้าที่ไทยต้องการอะไรก็ให้ความร่วมมือตลอด เช่น กรณีลูกจ้าง ดาราไทย มาอยู่ในพม่า ก็ติดตามตัวมาให้ กรณีฆาตกรรมคนจีนในชลบุรี เอาศพมาทิ้งแม่น้ำปิง หลังเจ้าหน้าที่ไทยประสาน คนร้ายหนีไปทางฝั่งทะเล ก็เป็นคนติดตามให้ส่งมอบผู้ร้ายให้ไทยช่วยเต็มที่ จึงรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำไมต้องมาออกหมายจับ และอยากถามว่าทำผิดอะไร
“ส่วนกรณีที่ทางรัฐบาลไทยจะออกหมายจับนั้น อยากถามว่า ผมผิดอะไร ที่ผ่านมาเป็นทหารอยู่แนวชายแดนเมียนมา-ไทย มา 30 ปี และช่วยทางการไทยในการจับผู้ร้ายมาตลอด จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาถูกกล่าวหาเช่นนี้”
“ผมไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้เสียใดๆจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอกจากการได้ค่าเช่าที่ดินในราคา 1 เอเคอร์ ต่อ 50,000 บาท -100,000 บาทเท่านั้น จากจุดเริ่มต้นโครงการให้เช่าที่ดินเมื่อปี 2018 เป็นการเข้ามาของหย้าไถ่ ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมา ที่กรุงเนปิดอ มีการทำงานผ่านคณะกรรมการประสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้พัฒนาพื้นที่ ซึ่งในช่วงเริ่มต้นการทำงานถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นสิ่งที่ปรากฏหลังโควิด-19 ผู้เช่าตึกเริ่มหลอกลวงออนไลน์ ผมมาทราบว่ามีการทำเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องหลอกลวงออนไลน์ เป็นแค่ผู้ให้เช่าที่ดินเท่านั้น”
— พันเอกหม่อง ชิตตู


พันเอกหม่อง ชิตตู ยังยืนยันด้วยว่า จะเดินหน้าปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพราะทำความเดือดร้อนให้นทั่วโลก หลังจากนั้นจะพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้ให้มีธุรกิจที่ดีๆ เข้ามา เพื่อให้เกิดความเจริญ เกิดการลงทุนที่หลากหลาย
“แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำลายคนทั้งโลก ซึ่งมีการจัดกำลังทหารปราบปรามในทุกพื้นที่ของบีจีเอฟ ไม่ว่า จะเป็นชเวโก๊กโกหรือเคเคปาร์ค เราจะรับผิดชอบกวาดล้างในเคเคปาร์ค เมียวดี ชเวโก๊กโกและนำชาวต่างชาติทั้งหมดส่งมาที่เมียวดี เป็นหน้าที่กรมตำรวจเมียนมา เพราะทางรัฐบาลกลางเนปิดอ ส่งตำรวจไปทำคดีบันทึกประวัติขั้นตอนต่อไป เป็นหน้าที่ของตำรวจเมียนมาดำเนินการ จากการประชุม 3 ฝ่าย จะให้แต่ละประเทศมานำคนกลับไป แต่กลับยังไงไม่รู้”
— พันเอกหม่อง ชิตตู


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พันเอก ชิตตู ไม่ขอตอบว่า ได้พบกับหลิว จงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะของจีนหรือไม่ แต่ย้ำว่า ได้ช่วยเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ไปแล้วกว่า 2,000 คน โดยอยู่ระหว่างการคัดแยกจากทางการเมียนมา และคาดว่าฝ่ายจีน น่าจะถูกส่งตัวกลับก่อนประเทศอื่นผ่านทางสนามบินแม่สอด จังหวัดตากของไทย ส่วนประเทศอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการประสานงานสถานทูตให้มารับกลับประเทศ




