‘พระสงฆ์เชียงใหม่’ ปรับตัวมุ่งเน้นพระธรรมวินัยเคร่งครัด หวังฟื้นคืนความศรัทธาจากชาวพุทธ

17 ก.ย. 2568 - 09:05

  • ‘พระสงฆ์’ ต้องปรับตัวตามยุคสมัย ต้องสร้างความโปร่งใสให้กับสังคม

  • มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าเพิ่มบทเรียนให้ทันกฎหมายมุ่งเน้นพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

  • นักวิชาการชี้ หวังฟื้นศรัทธาชาวพุทธพระสงฆ์ต้องปฏิบัติดี เปลี่ยนกลยุทธ์บริหารองค์กรสงฆ์ มุ่งเชิงรุกเน้นคุณภาพ

‘พระสงฆ์เชียงใหม่’ ปรับตัวมุ่งเน้นพระธรรมวินัยเคร่งครัด หวังฟื้นคืนความศรัทธาจากชาวพุทธ

จากกระแสข่าวเชิงลบเกี่ยวกับพระสงฆ์จนทำให้หลายคนบอกว่าตอนนี้กำลังเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้หลายภาคส่วนต้องมีการขยับเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเกี่ยวกับบัญชีวัดและเพื่อกอบกู้ศรัทธากลับคืนมาเพราะยังมีพระสงฆ์ที่ยังคงปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่อีกจำนวนมาก จึงได้มีการเดินหน้าหารือการบริหารจัดการบัญชีวัดให้มีความโปร่งใส

Monks-in-Chiang Mai-are-adapting-to-the-times-focusing-on-the-Dharma-SPACEBAR-Photo01.jpg

พระเทพวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค 6-7 ให้ข้อมูลว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำและสร้างความรู้ ความเข้าใจก็คือ เรื่องการจัดทำบัญชีวัดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ดังนั้นงานวันนี้ก็ช่วยพระสงฆ์เข้าใจกระบวนการ ส่วนการบวชในแต่ละพื้นที่นั้นก็มีทั้งลดและเพิ่มขึ้นแล้วพื้นที่นั้นๆ

“ในขณะเดียวกันทาง มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ที่พระสงฆ์ศึกษาอยู่หลายร้อยรูปในแต่ละปีการศึกษาก็ต้องมีการขยับและปรับตัวเช่นกัน เนื่องจากยุคสมัยและสังคมเปลี่ยนไปจากเดิม การเรียนการสอนก็ต้องทำให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากที่สุดเช่นในแง่ของกฎหมายบ้านเมือง”

Monks-in-Chiang Mai-are-adapting-to-the-times-focusing-on-the-Dharma-SPACEBAR-Photo04.jpg

ด้าน พระครูธีรสุตพจน์, ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวว่า กระแสข่าวด้านลบเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน แน่นอนว่ากระทบกับคณะสงฆ์ในภาพรวมอยู่แล้ว แม้ว่าข่าวหรือเรื่องราวจะเกิดขึ้นที่ใดก็ตามแต่คนก็จะมองในภาพรวมอยู่ดี รวมถึงหากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปจำนวนพระหรือเณรที่จะบวชเข้ามาก็คงจะน้อยลงไปเรื่อยๆ

โดยจำนวนของเณรนั้นลดลงมานานแล้วและทำให้จำนวนของพระสงฆ์ที่ตั้งใจศึกษาพระธรรมลดตามลงไปด้วย เนื่องจากเด็กสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มากขึ้น แตกต่างจากอดีตที่เด็กจะบวชเรียนเพราะเป็นช่องทางการศึกษาไม่กี่ทางสำหรับผู้ที่ไม่มีทุนทรัพย์

สำหรับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ในปัจจุบันมีนิสิตทั้งพระและประชาชนทั่วไปศึกษาอยู่ประมาณ 1,800 มีพระอยู่กว่า 200 รูป แต่ถือว่าจำนวนนี้ลดลงไปกว่า 50% หากเทียบกับช่วงเกือบ 30 ปี จากปัจจัยข้างต้น บวกกับปัญหาวิกฤตศรัทธา แต่พระสงฆ์ที่กำลังศึกษาอยู่ก็ยังกำลังใจดีและตั้งใจที่จะเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อไป

“ในส่วนของการปรับตัวของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ก็ต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนของการทำบัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี เพื่อให้อยู่ในสังคมปัจจุบันได้แต่ยังคงอยู่ในวินัยสงฆ์อย่างเคร่งครัด ซึ่งนิสิตเมื่ออยู่ปี4 จะต้องกลับไป ช่วยเหลือครูบาอาจารย์ที่เคยสั่งสอนและนำองค์ความรู้ไปส่งต่อให้ท่าน ซึ่งยุคนี้เหมาะมากอย่างมากทำบัญชีวัดและนำเทคโนโลยีมาใช้กับพระพุทธศาสนา”

Monks-in-Chiang Mai-are-adapting-to-the-times-focusing-on-the-Dharma-SPACEBAR-Photo02.jpg

ข้อมูลจากคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ (ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2568) เชียงใหม่มีพระสงฆ์ 5,840 รูป สามเณร 4,336 รูป แม่ชี 174 คน ศิษย์วัดอีก 1,447 คน

รศ.ดร.พุทธรักษ์ ปราบนอก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิเคราะห์ว่า “เรื่องการประพฤติผิดส่วนบุคคล มันมีมานานแล้วในทุกวงการ เพียงแต่ปัจจุบันมันมีสื่อสังคมออนไลน์ทำให้เรื่องมันเข้าถึงผู้คนได้ง่าย และทำให้คนทั่วไปตกใจและผิดหวัง คนไทยก็ย่อมจะมีความศรัทธาลดลงเป็นธรรมดา เพราะเรื่องมันดังและยาวนานผ่านสื่อ แต่คนไทยก็ยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในศาสนาตามเดิม จะเห็นได้ว่า พอเวลาผ่านไป คนก็ลืม”

รศ.ดร.พุทธรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คนที่ยังศรัทธาก็ยังศรัทธาตามเดิมตราบเท่าที่พระที่ตนนับถือยังไม่เป็นเช่นนั้น แต่โดยภาพรวมคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็ไม่อินกับเรื่องศาสนาและพระอยู่แล้ว การทำผิดของพระก็แค่เรื่องคุยในวงสนทนาแบบสนุกปาก แต่ก็ไม่กระทบกับศรัทธามากเท่าไร เพราะพุทธศาสนาเป็นวิถีชีวิตของคนไทย ผู้คนก็ยังคงทำบุญตักบาตรตามเดิม แต่อาจจะเบาบางบ้างในช่วงที่มีข่าว แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะกลับมาเหมือนเดิม เพราะชาวพุทธไทยนับถือบุคคลมากกว่าหลักธรรม

Monks-in-Chiang Mai-are-adapting-to-the-times-focusing-on-the-Dharma-SPACEBAR-Photo05.jpg

“หากถามว่าพระในยุคนี้ต้องตั้งหลักปรับตัวอย่างไร คงต้องสำรวมระวังเพราะความลับมันไม่สามารถปกปิดได้นาน เพราะสื่อทุกวันนี้ไปไกลมาก หากพระยังคงอยากจะมีที่ยืนต้องสำรวมระวังในการปฏิบัติมากขึ้น สำรวมระวังในที่นี้ก็คือต้องประพฤติปฏิบัติให้ตรงตามพระธรรมวินัย ต้องระลึกเสมอว่า หากทำผิดท่านจะต้องเดือดร้อนใจว่าสักวันหนึ่งเรื่อมันจะแดง”

“พระไม่สำรวมไม่ได้ เพราะพระต้องปฏิบัติตัวดีกว่าชาวบ้าน ผมว่า ถ้าไม่สำรวมและทำผิดจนเคยชินจะเป็นปัญหาในอนาคตและจะพบจุดจบแบบที่เป็นข่าว ดังนั้นพระไม่ต้องปรับตัว เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัยด้วยการหิริ (ความละอาย) และโอตตัปปะ (ความเกรงกลัว) อย่าคิดว่า ทำอะไรผิดไปแล้วจะไม่มีใครรู้ นั่นคือเรื่องที่พระจะต้องสำรวมระวัง”

รศ.ดร.พุทธรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพระที่บวชเรียนก็มีจำนวนน้อยลงเพราะสังคมมันเปิดกว้างมากแล้ว ค่านิยมการบวชเรียนเริ่มลดน้อยลง เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในอนาคตมองว่าจำนวนพระภิกษุสามเณรจะลดน้อยลงอย่างแน่นอน

“ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงฆ์ก็ประสบปัญหาพระที่เข้ามาเรียนน้อยลง มีการเปิดรับประชาชนทั่วไปมาเรียนมากขึ้น จนกระทั่งพระภิกษุสามเณรกลายเป็นคนส่วนน้อยในมหาวิทยาลัยสงฆ์ด้วยซ้ำไป

เพราะสังคมเปลี่ยนและค่านิยมแบบเดิมมันก็ต้องเปลี่ยนไป คณะสงฆ์จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารองค์กรมาขึ้น จะใช้วิธีการแบบเดิมยิ่งจะทำให้เสื่อมถอยลง ต้องบริหารจัดการแบบเชิงรุก เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน”

“พระภิกษุสามเณรแม้จำนวนจะน้อยแต่ต้องมีคุณภาพ คณะสงฆ์จะต้องมีบทบาทในการให้ความรู้แก่ชาวบ้านหากมีประเด็นทีเกี่ยวข้องกับศาสนา เช่นที่เป็นข่าวในปัจจุบัน ไม่ใช่นิ่งเงียบแล้วปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปเอง ยิ่งจะทำให้บทบาทของพระสงฆ์ในสังคมลดน้อยถอยลง”

Monks-in-Chiang Mai-are-adapting-to-the-times-focusing-on-the-Dharma-SPACEBAR-Photo03.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์