‘กมธ.สภาฯ’ บี้ ‘กทม.’ เข้มบังคับใช้กฎหมาย สางปมแก้ฝุ่นพิษ PM 2.5

22 ม.ค. 2568 - 16:05

  • ‘อนุ กมธ.ขับเคลื่อนฯ บริหารราชการรูปแบบพิเศษ’ บี้ ‘กทม.’ เข้มบังคับใช้กฎหมายสางปมแก้ฝุ่นพิษ PM 2.5

  • ผิดหวัง ผู้บริหารระดับนโยบายเมินร่วมประชุม ยันติดตามใกล้ชิด หากไม่ดีขึ้นเตรียมถกนัดถัดไป

M_Ps_urge_Bangkok_to_strictly_enforce_the_law_to_solve_the_problem_of_PM_2_5_dust_pollution_SPACEBAR_Hero_b4ee7281fe.jpg

รัฐสภา (22 มกราคม 2568) เกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (อนุกมธ.) ศึกษาและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า คณะอนุกมธ.ฯ ได้ประชุมโดยเชิญหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับพิจารณาการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. 

“แต่น่าเสียดายที่ผู้บริหารของ กทม.ไม่ได้เข้ามาร่วมประชุมด้วย มีเพียงผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เข้าร่วมชี้แจง โดยคณะอนุกมธ.ฯ ได้เสนอกรณีศึกษาการดำเนินการของต่างประเทศเพื่อเป็นต้นแบบให้ กทม. พัฒนาวิธีการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ให้เป็นในเชิงรุกมากขึ้น”

ด้าน รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ขอให้กรุงเทพมหานครยึดหลักปฏิบัติเหมือนประเทศเกาหลีใต้ “คุณภาพชีวิตของประชาชนยิ่งใหญ่กว่าเงินตราที่เสียไป (The value of human beings is far greater than that of money)” พร้อมทั้งคณะอนุกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะให้พิจารณามาตรการปิดไซต์ก่อสร้าง เพื่อเป็นการกดดันรถบรรทุกที่ปล่อยควันดำในทางอ้อม และติดตั้งป้ายเตือนค่าฝุ่น PM 2.5 ในบริเวณสถานที่สาธารณะ เช่น ป้ายรถเมล์ และทางเข้าสวนสาธารณะทุกแห่งเพื่อให้เป็นมาตรการระยะสั้น และสำหรับมาตรการระยะยาวนั้น ให้พิจารณากำหนดเขตมลพิษต่ำ ‘Bangkok Low Emission Zone’

“อยากเห็นกรุงเทพมหานคร ใช้ยาแรงในการตรวจสอบว่าไซต์ก่อสร้างไหนที่มีรถปล่อยควันดำออกมา ให้ปิดไซต์ก่อสร้างนั้นเลย เพราะในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้เราต้องช่วยกันทำให้ฝุ่นลดลง ส่วนเรื่องการสั่งปิดโรงเรียน ตนเองเกิดการตั้งคำถามว่าโรงเรียนที่ปิดไปแล้ว มีการเรียนออนไลน์หรือไม่ หรือไม่มีการเรียนการสอนเลย แต่ก็ได้คำตอบมาว่าในบางโรงเรียนมีการเรียนออนไลน์ และบางโรงเรียนสามารถเรียนชดเชยได้ ซึ่งหากใช้กฎหมายจะสามารถแจ้งล่วงหน้าให้ผู้ปกครองได้เตรียมความพร้อม และแผนการรับมือ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่องควบคู่กันไปกับการเรียน”

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

รัดเกล้า กล่าวด้วยว่า ตนเองอยากเห็นความเข้มงวดเข้มแข็ง เอาจริงเอาจัง และการทำงานเชิงรุกของ กทม. ที่มากกว่านี้ วันนี้แอบผิดหวังเล็กน้อยที่ระดับผู้บริหารของ กทม. ไม่มาเข้าร่วมการประชุม และทางอนุกรรมาธิการฯ จะติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างใกล้ชิดต่อไป ถ้ายังไม่ดีขึ้น จะมีการนัดประชุมอีกครั้ง และหวังว่าในระดับนโยบาย และระดับบริหาร คนที่สามารถชี้แจงในประเด็นเชิงลึกได้ จะมาเข้าร่วมประชุมในครั้งถัดไปด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์