พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงถึงขั้นตอน “การตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น” ซึ่งสำนักงานฯ เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ป.ป.ช. พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ว่า หลังได้มีการเรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ และสำนักไต่สวนเจ้าของสำนวน ก็จะมีการพิจารณาในส่วนของรายละเอียดคดี พิจารณาเนื้อหา และกำหนดแนวทางในการทำงาน
พัฒนพงศ์ ยืนยันว่า “เรื่องนี้ ป.ป.ช. ได้มีการดำเนินการได้เร็วพอสมควร โดยจะต้องไต่สวนและสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งวิธีการไต่สวนจะแตกต่างจากการทำงานของพนักงานสืบสวน แต่ระยะเวลา 120 วันเช่นกัน ขณะนี้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับรายละเอียดการเปรียบเทียบบัญชี ได้ดำเนินการไปเกือบครึ่งแล้ว และได้ดำเนินการไต่สวนพยานบุคคล โดยเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการประสานขอข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงสอบปากคำพยานประกอบเกือบหมดแล้ว”
ในส่วนของพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ป.ป.ช. ได้สอบปากคำไว้หมดแล้ว “ขออย่ากังวล”
— พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล
ส่วนรายละเอียดการสอบสวน โดยเฉพาะ TOR ที่มีการระบุในการจัดจ้างส่วนการจัดสอบราชการท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับอธิบดีหลายราย จะต้องเรียกมาสอบทั้งหมดหรือไม่นั้น พัฒนพงศ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของระบบหรือระเบียบราชการ เมื่อเป็นคำสั่ง การลงนามในเอกสารมีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง โดยรายละเอียดตรงนี้ก็จะเป็นในส่วนของหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง และหลังจากนี้พนักงานไต่สวนก็จะมีการนำเสนอต่อ ป.ป.ช. ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนต่อไป ส่วนจะไต่สวนใครบ้างก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในเนื้อหา
ซึ่งรายละเอียดใน TOR จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติว่าเป็นการล็อกสเปกหรือไม่ แต่จะต้องสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และพยานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ป.ป.ช.
เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้มีการสรุปสำนวนอย่างเร็วภายใน 1 สัปดาห์ อย่างช้าภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ซึ่งขั้นตอนจากนี้ก็เป็นขั้นตอนของการไต่สวน สามารถเชิญผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา และรับฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
— พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล
ขณะที่สำนวนทั้งในส่วนของการแก้ไขกระดาษคำตอบและการเขียน TOR ส่อไปในทางล็อกสเปก เป็นเรื่องเดียวกันแต่อาจจะมีหลายประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งทีมไต่สวน ซึ่งจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ให้พิจารณาในคราวเดียวกัน แต่งานด้านสืบสวน เลขา ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ดูแลงานด้านอิเล็กทรอนิกส์และประสานงานกับ ปปง. มาร่วมพิจารณา หากถึงขั้นแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน แสดงให้เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ รวมถึงพยานวัตถุและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะไปถึงใครบ้างก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
สำหรับระยะเวลาในการไต่สวนนั้น ได้มีการกำหนดไว้เบื้องต้นใช้เวลา 3-6 เดือน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเร็ว โดยขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และในกรณีเช่นนี้ เมื่อมีการไต่สวนและเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหา ก็จะเข้าสู่กระบวนการปกติของ ป.ป.ช. ซึ่งจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลใจว่าคดีนี้จะ “เจอตอ” หรือไม่นั้น พัฒนพงศ์ กล่าวว่า “ป.ป.ช. ทำคดีการเมืองมาโดยตลอด ส่วนพยานหลักฐานไปจุดไหน ก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ ป.ป.ช. ต้องระมัดระวังข้อมูล เนื่องจากประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเปิดดูข่าวสารได้ ขอให้เกิดความมั่นใจว่า ป.ป.ช. ทำงานเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนอย่างแน่นอน หากคนใดจะชี้ช่องหรือให้ข้อมูล ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ เพราะ ป.ป.ช. จัดเก็บเป็นความลับ และเมื่อเจอพยานหลักฐานก็จะมีการแถลงข่าวให้ทราบเป็นระยะๆ”
ขณะที่การตรวจสอบเส้นเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น ก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการก็ได้ทยอยพิจารณารายละเอียดแล้ว
ในส่วนของ “นาย พ.” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีนั้น ขณะนี้ ป.ป.ช. ได้ตั้งสำนวนในเรื่องของการร่ำรวยผิดปกติแล้ว และจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน
— พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล
ในส่วนของ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ที่มีส่วนในเรื่องของการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นนั้น ป.ป.ช. ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แจ้งรายละเอียดเบื้องต้นมาว่า มีการจับกุมตัวและจะมีการแถลงรายละเอียดในวันนี้ อย่างไรก็ตาม วันนี้ ป.ป.ช. ไม่ได้ร่วมไปปฏิบัติการด้วย จึงต้องไปขอทราบรายละเอียดจาก บก.ปปป. และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของเลขา ป.ป.ช. ว่าจะส่งสำนักงานเข้าร่วมพิจารณาด้วยหรือไม่




