สำนักข่าวอิสรา เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาในคดีกลับคำสั่งไม่ฟ้อง ‘บอส วรยุทธ อยู่วิทยา’ ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มกระทิงแดง ในข้อหาขับรถยนต์ชน ‘ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ’ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 โดยพบว่ามีขบวนการช่วยเหลือในการเปลี่ยนพยานหลักฐานด้านความเร็วของรถยนต์
โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ที่มีชื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ คือ ‘พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง’ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), ‘เนตร นาคสุข’ อดีตรองอัยการสูงสุด, ‘ชัยณรงค์ แสงทองอร่าม’ อดีตอัยการอาวุโส, ‘พิชัย (ชูชัย) เลิศพงศ์อดิศร’ หรือ ‘สว.ก๊อง’ ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, ‘สายประสิทธิ เกิดนิยม’ และพนักงานสอบสวนบางส่วน
ส่วน ‘ธานี อ่อนละเอียด’ สมาชิกวุฒิสภาและอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นควรส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ เนื่องจากเรื่องที่มีการกล่าวหามิใช่เป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะส่งสำนวนไต่สวนเอกสารพยานหลักฐาน ให้อัยการสูงสูด (อสส.) ดำเนินการฟ้องร้องคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป แต่การชี้มูลความผิดของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ในชั้นศาลได้
สำหรับการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 63 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีกลับคำสั่งไม่ฟ้อง ‘บอส วรยุทธ’ ในข้อหาขับรถชน ‘ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ’ เสียชีวิต ที่มี ‘วิชา มหาคุณ’ เป็นประธานคณะกรรมการ ตามคำสั่งของ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้สรุปรายงานผลการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ แล้วพบว่า มีขบวนการช่วยเหลือให้ ‘บอส วรยุทธ’ พ้นผิดอย่างชัดเจน โดยแบ่งผู้ร่วมขบวนการได้เป็น 8 กลุ่ม คือ
สำหรับคดีที่เกิดขึ้น ‘บอส วรยุทธ’ ยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี และเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าปัจจุบัน ‘บอส วรยุทธ’ อาศัยอยู่ประเทศใด ขณะที่ข้อหาทั้งหมดที่เขาถูกดำเนินคดี ตอนนี้หมดอายุความไปแล้ว 4 คดี และเหลือเพียง 1 คดี ที่กำลังจะหมดอายุความในปี 2570
โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ที่มีชื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ คือ ‘พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง’ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), ‘เนตร นาคสุข’ อดีตรองอัยการสูงสุด, ‘ชัยณรงค์ แสงทองอร่าม’ อดีตอัยการอาวุโส, ‘พิชัย (ชูชัย) เลิศพงศ์อดิศร’ หรือ ‘สว.ก๊อง’ ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, ‘สายประสิทธิ เกิดนิยม’ และพนักงานสอบสวนบางส่วน
ส่วน ‘ธานี อ่อนละเอียด’ สมาชิกวุฒิสภาและอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นควรส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ เนื่องจากเรื่องที่มีการกล่าวหามิใช่เป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะส่งสำนวนไต่สวนเอกสารพยานหลักฐาน ให้อัยการสูงสูด (อสส.) ดำเนินการฟ้องร้องคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป แต่การชี้มูลความผิดของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ในชั้นศาลได้
สำหรับการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 63 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีกลับคำสั่งไม่ฟ้อง ‘บอส วรยุทธ’ ในข้อหาขับรถชน ‘ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ’ เสียชีวิต ที่มี ‘วิชา มหาคุณ’ เป็นประธานคณะกรรมการ ตามคำสั่งของ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้สรุปรายงานผลการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ แล้วพบว่า มีขบวนการช่วยเหลือให้ ‘บอส วรยุทธ’ พ้นผิดอย่างชัดเจน โดยแบ่งผู้ร่วมขบวนการได้เป็น 8 กลุ่ม คือ
- พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับสำนวน
- พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
- สนช. ที่แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
- ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
- ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย
- พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ
- ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว
สำหรับคดีที่เกิดขึ้น ‘บอส วรยุทธ’ ยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี และเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าปัจจุบัน ‘บอส วรยุทธ’ อาศัยอยู่ประเทศใด ขณะที่ข้อหาทั้งหมดที่เขาถูกดำเนินคดี ตอนนี้หมดอายุความไปแล้ว 4 คดี และเหลือเพียง 1 คดี ที่กำลังจะหมดอายุความในปี 2570
- ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย หมดออายุความ 3 ก.ย. 2556
- ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด หมดออายุความ 3 ก.ย. 2556
- ขับรถชนผู้อื่นแล้วไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ หมดอายุความ 3 ก.ย. 2560
- ข้อหาเสพโคเคน หมดอายุความ 3 ก.ย. 2565
- ข้อหาขับรถโดบประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะหมดอายุความ 3 ก.ย. 2570





