‘ณัฐชา’ เตรียมเชิญ ‘อธิบดีประมง’ซักปมข่าวส่งออก ‘ปลาหมอคางดำ’ ปี 2558

18 ก.ค. 2567 - 11:35

  • ‘ณัฐชา’ เตรียมเชิญ ‘อธิบดีกรมประมง’ หารือข้อเท็จจริง หลังพบรายงานข่าวการส่งออก ‘ปลาหมอคางดำ’ ช่วงปี 2556 - 2558

  • หวังช่วยตกตะกอนหลังมีหลายจุดย้อนแย้งกับ ‘บริษัทผู้นำเข้า’

National_Assembly_invited_Director_General_of_the_Department_of_Fisheries_SPACEBAR_Hero_d7612c41cd.jpg

‘ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์’ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหารวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย กล่าวก่อนการประชุมคณะอนุกมธ.ฯ ที่ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลว่า ได้เชิญอธิบดีกรมประมงเพื่อให้ข้อมูลในเรื่องที่สังคมกำลังสงสัยที่มีเอกชนออกมาตอบโต้ว่าเมื่อปี 2556-2558 มีการส่งออกปลาสายพันธุ์นี้ แต่ทางอธิบดีกรมประมงเองบอกว่าไม่ทราบ ดังนั้นวันนี้จึงต้องทราบข้อมูลข้อจริงเท็จ ว่าเป็นอย่างไร วันนี้จะมีความชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วประเทศไทยจะมีการส่งออกจริงหรือไม่และข้อมูลที่เอกชน และกรมประมงไม่ตรงกันในเรื่องของเงื่อนไขการส่งซากปลาที่ส่วนตัวคิดว่า ควรมีเอกสารที่ชัดเจนไม่ใช่ตอบโต้กันไปมา โดยคาดว่าวันนี้จะได้ข้อสรุปจากทางอธิบดีกรมประมงด้วยตนเอง 

เมื่อถามถึงประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัย เหตุใดปลาหมอคางดำเพิ่งจะมาระบาด ณัฐชา กล่าวว่าความจริงแล้วน่าจะเป็นการเข้าใจผิดไม่ใช่ว่าพึ่งระบาดแต่ความจริงแล้วคือมีการระบาดมา 14 ปีแล้ว แต่วันนี้ เพิ่งจะมาลุกลามจาก 5 จังหวัด ไป 10 จังหวัด และ 16 จังหวัด แน่นอนว่าวันนี้หากเกิดความผิดพลาดขึ้นย่อมมีข้อสันนิษฐาน ที่ยืนอยู่บนพยานหลักฐานทั้งหมด และข้อยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะกรมประมงว่าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันมีการอนุญาตนำเข้าเพียงรายเดียว ส่วนการนำเข้าจากที่อื่น ที่ไม่มีการขอใบอนุญาต หรือลักลอบเข้ามาก็ยังไม่มีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนที่มีน้ำหนักเพียงพอ อย่างไรก็ตาม วันนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ยกเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้ประกาศตามหาต้นตอ และแหล่งที่มาของปลาสายพันธุ์นี้ให้ได้เพราะจะไม่ยอมส่งธรรมชาติและระบบนิเวศที่ไม่สมบูรณ์ไปยังคนรุ่นหลัง วันนี้ทางคณะอนุกมธ.ฯ ทำได้มากที่สุดคือการหาหลักฐานการวิจัยต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของการแพร่ระบาด แต่ไม่สามารถที่จะทำถึงขั้นการดำเนินคดีได้ เนื่องจากเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ไม่สามารถทำได้

“เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง กระทรวงใดคนหนึ่งไปแล้ว วันนี้กำลังลุกลามประเทศไทย พื้นที่แม่น้ำ ลำคลองของประเทศไทยถูกลุกลามหมดแล้วและอีกอย่างถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ในอนาคตเราจะไม่ เหลือสายพันธุ์ปลาท้องถิ่นธรรมชาติให้กับคนรุ่นต่อไป และอาจทำให้คนรุ่นหลังได้เห็นภาพปลาท้องถิ่นในหนังสือเท่านั้น”

ณัฐชา กล่าว

เมื่อถามถึงมาตรการการรับซื้อปลาหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทเพื่อนำไปกำจัด ณัฐชา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเป็นข้อกังวลอยู่ ตนเข้าใจดีว่าเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแรงขึ้น ทุกภาคส่วนหันมาแก้ปัญหา แต่ ในความเร่งรีบก็ไม่ควรขาดการวางแผน เพราะมีข่าวออกมาไม่ตรงกันสักครั้งจากแหล่งที่มาเดียวกัน เพราะฉะนั้นไทม์ไลน์ต้องชัดเจน จะมาบอกแค่รับซื้อในกิโลกรัมละ 15 บาท โดยที่ไม่รู้ว่ารับที่ไหน ซื้อที่ไหน และระยะเวลาในการจับเมื่อไหร่ และบอกว่าจะมาปล่อยพันธุ์ปลานักล่า แต่กลับบอกให้เร่งจับ ดูเหมือนจะย้อนแย้งกัน ดังนั้นต้องมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน เช่น 2 เดือนปล่อยให้จับในจังหวัดที่เกิดการแพร่ระบาด แล้วค่อยปล่อยปลานักล่า และหลังจากนั้นหากเจออีกจะมีการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร ซึ่งวันนี้จะมีความชัดเจนจากอธิบดีกรมประมงที่ได้เข้ามาชี้แจงเรื่องงบประมาณที่จ่ายให้กับเกษตรกรไปแล้วและจะใช้ในอนาคตอีกเท่าไหร่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์