‘ป.ป.ส.’ เห็นตรงกับ ‘ตร.’ ใช้เกณฑ์พกยาบ้า 5 เม็ด จัดอยู่ในสถานะ ‘ผู้เสพ’

1 พ.ย. 2566 - 16:56

  • ‘เลขาธิการ ป.ป.ส.’ เห็นพ้อง ‘ตำรวจ’ ใช้เกณฑ์มียาบ้า 5 เม็ด จัดอยู่ในสถานะ ‘ผู้เสพ’ ไม่ใช่ 10 เม็ด

  • ป้องกันปมผู้ ‘ค้ารายย่อย’ ย้ำพิจารณาจากทั้ง 3 มิติแล้ว

NCB_agree_with_Police_that_carrying_5_methamphetamine_pills_classified_as_user_SPACEBAR_Hero_a40c6814b2.jpg

กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมประกาศกฎกระทรวง ให้จัดเกณฑ์ผู้ครอบครองเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 10 หน่วย หรือ 10 เม็ด ให้อยู่ในสถานะผู้เสพสารเสพติด ไม่ใช่ผู้ค้า

โดยทางฝั่ง พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สำหรับประมวลกฎหมายอาญา ปี 2564 เป็นกฎหมายที่ใช้การสาธารณสุขนำการปราบปราม ซึ่งประมวลกฎหมายฉบับนี้ มองผู้เสพเป็นเหยื่อ เป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้ากระบวนการคัดกรองเข้าสู่การฟื้นฟู ไม่ได้มุ่งเน้นที่การดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว ผู้เสพต้องได้รับการรักษาให้มีงานทำมีชีวิตที่ดีขึ้น

ส่วนประเด็นที่ สธ. เสนอเกณฑ์การครอบครองยาบ้า 10 เม็ดนั้น ในที่ประชุมมีการเสนอเอกสารทางวิชาการของคณะแพทย์ที่ระบุว่า การครอบครองเพียง 10 เม็ด ให้จัดเป็นผู้เสพ เนื่องจากตามปกติแล้ว ผู้เสพยาบ้าจะใช้ยาอยู่ที่ 1-3 เม็ด ซึ่งปริมาณที่ต่ำกว่า 5 เม็ด ผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้ผู้เสพมีอารมณ์ที่ดี สดชื่น มีแรงในการทำงานหนัก แต่ถ้าหากเสพเกินกว่า 5 เม็ด ไปจนถึง 10 เม็ด ผู้เสพจะมีอาการกระสับกระส่าย ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งกรณีที่มีการเสพมากกว่า 10 เม็ด จะมีผลถึงขั้นเสียชีวิต ฉะนั้นเมื่ออ้างอิงจากเอกสารดังกล่าวแล้ว จึงมีความเห็นว่าผู้เสพน่าจะมีการใช้งานอยู่ที่ 10 เม็ด ไม่เกินนี้

NCB_agree_with_Police_that_carrying_5_methamphetamine_pills_classified_as_user_SPACEBAR_Photo01_ac6f4da82e.jpg

แต่ทั้งนี้ ในมุมมองของผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนเองที่เคยเป็นตำรวจมาก่อน มองว่าการจัดเกณฑ์ครอบครองเพื่อเสพ 10 เม็ด โทษที่ตามมาคือ จะทำให้เกิดผู้ค้ารายย่อยมากขึ้น เพราะในการค้าแต่ละครั้ง ผู้ค้ารายย่อยจะไม่เกรงกลัวต่อการพกพายาบ้า เพราะสามารถพกได้ถึง 10 เม็ด ก็ไม่ถือว่าได้รับโทษค้า

ในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ส. มีหน้าที่ที่จะต้องบูรณาการการบำบัดฟื้นฟู คู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนตัวได้มีข้อเสนอว่า เกณฑ์การครอบครองควรจะอยู่ที่ 5 เม็ด ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ยึดหลักนี้มาตลอด เพราะมองว่าการครอบครองเกินกว่า 5 เม็ด ก็จะถูกลงโทษเป็นผู้ค้า ฉะนั้น ผู้ค้ารายย่อยเองก็จะมองว่า ไม่คุ้มกับการที่พกพา 5 เม็ดแล้วถูกจับโทษหนัก ที่ผ่านมา จากรายงานการจับกุมผู้ใช้สารเสพติด 100 คนจะแบ่งเป็นผู้ค้าจำนวน 12.5 คน

ดังนั้น หากมีการปรับเกณฑ์การถือครองได้มากขึ้น จึงเป็นความเสี่ยงต่อการจะเพิ่มจำนวนผู้ค้ารายย่อย ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ส่วนตัวได้พิจารณาเกณฑ์จำนวนยาบ้า 5 เม็ด จากหลายองค์ประกอบ ทั้งฝั่งของวิชาการ การแพทย์ ผู้บังคับใช้กฎหมาย และอนาคตที่จะต้องบูรณาการทุกฝ่าย

NCB_agree_with_Police_that_carrying_5_methamphetamine_pills_classified_as_user_SPACEBAR_Photo02_42767d27b2.jpg

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วานนี้ (31 ต.ค.) ที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งด่วน หรือ quick win ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบรามยาเสพติด เร่งดำเนินการนำผู้ใช้ยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัด โดยสำหรับการบำบัดนั้น จากข้อมูลที่พบว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ยาเสพติดทั่วประเทศประมาณ 530,000 คน ในจำนวนนี้ มีผู้เสพที่มีอาการทางจิตเวช และอาจใช้ก่อเหตุความรุนแรง 32,623 คน แบ่งเป็น

  • กลุ่มเฝ้าระวัง สูงสุด 1963 คน
  • กลุ่มเฝ้าระวังสูง 5,024 คน
  • กลุ่มเฝ้าระวังทั่วไป 25,636 คน
NCB_agree_with_Police_that_carrying_5_methamphetamine_pills_classified_as_user_SPACEBAR_Photo03_25de465218.jpg

โดยจะนำคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการบำบัดก่อน เพื่อลดเงื่อนไขความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรงกับประชาชน โดยให้ทุกจังหวัดกำหนดวิธีการนำบุคคลเข้าสู่การระบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุข และสร้างความพร้อมให้กับชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถร่วมกับภาครัฐ ดูแลและเฝ้าระวังเหตุต่างๆ ได้ เช่นเดียวกับ ‘หัวโทนโมเดล’ ที่ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างเห็นผล โดยนโยบายดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จากนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ จะดำเนินนโนบายนโยบาย ‘1 โรงพัก 1 ตำบล’ ให้ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับชุมชนด้วย

นายกรัฐมนตรียังได้ประกาศยังได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วน เพื่อควบคุมการลักลอบนำเข้ายาบ้าเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบด้วย พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 5 อำเภอ จังหวัดเชียงราย 6 อำเภอ และจังหวัดนครพนม 4 อำเภอ โดยหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทางทหาร, ตำรวจ จะร่วมกันบูรณาการ เพื่อให้การดูแลป้องกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศ และจะได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ช่วยประสานข้อมูลและจับตาความเคลื่อนไหวต่างๆ ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์