กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมประกาศกฎกระทรวง ให้จัดเกณฑ์ผู้ครอบครองเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 10 หน่วย หรือ 10 เม็ด ให้อยู่ในสถานะผู้เสพสารเสพติด ไม่ใช่ผู้ค้า
โดยทางฝั่ง พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สำหรับประมวลกฎหมายอาญา ปี 2564 เป็นกฎหมายที่ใช้การสาธารณสุขนำการปราบปราม ซึ่งประมวลกฎหมายฉบับนี้ มองผู้เสพเป็นเหยื่อ เป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้ากระบวนการคัดกรองเข้าสู่การฟื้นฟู ไม่ได้มุ่งเน้นที่การดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว ผู้เสพต้องได้รับการรักษาให้มีงานทำมีชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนประเด็นที่ สธ. เสนอเกณฑ์การครอบครองยาบ้า 10 เม็ดนั้น ในที่ประชุมมีการเสนอเอกสารทางวิชาการของคณะแพทย์ที่ระบุว่า การครอบครองเพียง 10 เม็ด ให้จัดเป็นผู้เสพ เนื่องจากตามปกติแล้ว ผู้เสพยาบ้าจะใช้ยาอยู่ที่ 1-3 เม็ด ซึ่งปริมาณที่ต่ำกว่า 5 เม็ด ผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้ผู้เสพมีอารมณ์ที่ดี สดชื่น มีแรงในการทำงานหนัก แต่ถ้าหากเสพเกินกว่า 5 เม็ด ไปจนถึง 10 เม็ด ผู้เสพจะมีอาการกระสับกระส่าย ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งกรณีที่มีการเสพมากกว่า 10 เม็ด จะมีผลถึงขั้นเสียชีวิต ฉะนั้นเมื่ออ้างอิงจากเอกสารดังกล่าวแล้ว จึงมีความเห็นว่าผู้เสพน่าจะมีการใช้งานอยู่ที่ 10 เม็ด ไม่เกินนี้

แต่ทั้งนี้ ในมุมมองของผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนเองที่เคยเป็นตำรวจมาก่อน มองว่าการจัดเกณฑ์ครอบครองเพื่อเสพ 10 เม็ด โทษที่ตามมาคือ จะทำให้เกิดผู้ค้ารายย่อยมากขึ้น เพราะในการค้าแต่ละครั้ง ผู้ค้ารายย่อยจะไม่เกรงกลัวต่อการพกพายาบ้า เพราะสามารถพกได้ถึง 10 เม็ด ก็ไม่ถือว่าได้รับโทษค้า
ในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ส. มีหน้าที่ที่จะต้องบูรณาการการบำบัดฟื้นฟู คู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนตัวได้มีข้อเสนอว่า เกณฑ์การครอบครองควรจะอยู่ที่ 5 เม็ด ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ยึดหลักนี้มาตลอด เพราะมองว่าการครอบครองเกินกว่า 5 เม็ด ก็จะถูกลงโทษเป็นผู้ค้า ฉะนั้น ผู้ค้ารายย่อยเองก็จะมองว่า ไม่คุ้มกับการที่พกพา 5 เม็ดแล้วถูกจับโทษหนัก ที่ผ่านมา จากรายงานการจับกุมผู้ใช้สารเสพติด 100 คนจะแบ่งเป็นผู้ค้าจำนวน 12.5 คน
ดังนั้น หากมีการปรับเกณฑ์การถือครองได้มากขึ้น จึงเป็นความเสี่ยงต่อการจะเพิ่มจำนวนผู้ค้ารายย่อย ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ส่วนตัวได้พิจารณาเกณฑ์จำนวนยาบ้า 5 เม็ด จากหลายองค์ประกอบ ทั้งฝั่งของวิชาการ การแพทย์ ผู้บังคับใช้กฎหมาย และอนาคตที่จะต้องบูรณาการทุกฝ่าย

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วานนี้ (31 ต.ค.) ที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งด่วน หรือ quick win ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบรามยาเสพติด เร่งดำเนินการนำผู้ใช้ยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัด โดยสำหรับการบำบัดนั้น จากข้อมูลที่พบว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ยาเสพติดทั่วประเทศประมาณ 530,000 คน ในจำนวนนี้ มีผู้เสพที่มีอาการทางจิตเวช และอาจใช้ก่อเหตุความรุนแรง 32,623 คน แบ่งเป็น
- กลุ่มเฝ้าระวัง สูงสุด 1963 คน
- กลุ่มเฝ้าระวังสูง 5,024 คน
- กลุ่มเฝ้าระวังทั่วไป 25,636 คน

โดยจะนำคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการบำบัดก่อน เพื่อลดเงื่อนไขความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรงกับประชาชน โดยให้ทุกจังหวัดกำหนดวิธีการนำบุคคลเข้าสู่การระบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุข และสร้างความพร้อมให้กับชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถร่วมกับภาครัฐ ดูแลและเฝ้าระวังเหตุต่างๆ ได้ เช่นเดียวกับ ‘หัวโทนโมเดล’ ที่ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างเห็นผล โดยนโยบายดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จากนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ จะดำเนินนโนบายนโยบาย ‘1 โรงพัก 1 ตำบล’ ให้ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับชุมชนด้วย
นายกรัฐมนตรียังได้ประกาศยังได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วน เพื่อควบคุมการลักลอบนำเข้ายาบ้าเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบด้วย พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 5 อำเภอ จังหวัดเชียงราย 6 อำเภอ และจังหวัดนครพนม 4 อำเภอ โดยหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทางทหาร, ตำรวจ จะร่วมกันบูรณาการ เพื่อให้การดูแลป้องกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศ และจะได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ช่วยประสานข้อมูลและจับตาความเคลื่อนไหวต่างๆ ด้วย




