อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ในวันนี้ ยังไม่ได้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อกำหนดบทลงโทษการถือครองยาเสพติดใหม่ ที่ให้การถือครองยาบ้า เกินกว่า 1 เม็ด ถือเป็นผู้ขาย ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพราะต้องรอคณะกรรมการการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดประชุมกันก่อน
ส่วนที่กังวลกันว่าจะเป็นช่องโหว่ให้ทุจริต โดยเฉพาะตำรวจยัดเหยียดข้อหายาเสพติด หรือตำรวจยัดยาบ้าให้กับประชาชนนั้น ส่วนตัวกังวลเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนมากกว่า และการใช้ยาเสพติด เป็นการทำลายครอบครัว ทำลายเยาวชนของไทยมากกว่า สำหรับเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องที่หัวหน้าหน่วยต้องไปบริหารจัดการไม่ให้เกิดการทุจริต และเราต้องนึกถึงอนาคตของเยาวชนเป็นสำคัญ
ด้าน สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงร่างแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าว อาจทำให้เกิดปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก แต่เผยถึงมุมมองว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน การฟื้นฟูและบำบัด ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข อาจดำเนินการไม่ทัน ประกอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อาจเห็นว่า แพทย์และพยาบาลหรือบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะต้องมาเจอกับคนที่ติดยาบ้าแล้วมีอาการหลอนเป็นจำนวนมาก ก็อาจเป็นอันตรายต่อบุคลากร จึงคิดว่าควรเอาคนที่เสพยาบ้าส่งเข้าห้องขังไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย
“ต้องรอดูผล ตนไม่มีสิทธิที่จะบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ทำให้เห็นว่าไม่มีสิทธิที่จะบำบัดผู้เสพได้ทัน ตนเห็นว่า แนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดี” สมศักดิ์ ระบุ
ส่วนจะทำให้สถานการณ์การแก้ปัญหายาเสพติดดีขึ้นหรือไม่ สมศักดิ์ ตอบว่า “ไม่เกี่ยวกัน สถานการณ์แก้ปัญหายาเสพติดจะต้องเป็นเรื่องยึดทรัพย์ แต่สถานการณ์ของคนติดยาต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟู” เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้ห้องขังมีเพียงพอหรือไม่ สมศักดิ์ ตอบว่า “ตำรวจก็มีห้องขังได้อยู่แล้ว ส่วนเรือนจำเป็นเรื่องของขั้นตอนในระยะต่อไป ตนคิดว่าคนที่มียาบ้าเกิน 1 เม็ด แล้วถูกจับ ก็ควรถูกส่งเข้าห้องขัง ให้ถูกควบคุมตัว 48 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่ดี”
ส่วนที่กังวลกันว่าจะเป็นช่องโหว่ให้ทุจริต โดยเฉพาะตำรวจยัดเหยียดข้อหายาเสพติด หรือตำรวจยัดยาบ้าให้กับประชาชนนั้น ส่วนตัวกังวลเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนมากกว่า และการใช้ยาเสพติด เป็นการทำลายครอบครัว ทำลายเยาวชนของไทยมากกว่า สำหรับเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องที่หัวหน้าหน่วยต้องไปบริหารจัดการไม่ให้เกิดการทุจริต และเราต้องนึกถึงอนาคตของเยาวชนเป็นสำคัญ
ด้าน สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงร่างแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าว อาจทำให้เกิดปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก แต่เผยถึงมุมมองว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน การฟื้นฟูและบำบัด ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข อาจดำเนินการไม่ทัน ประกอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อาจเห็นว่า แพทย์และพยาบาลหรือบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะต้องมาเจอกับคนที่ติดยาบ้าแล้วมีอาการหลอนเป็นจำนวนมาก ก็อาจเป็นอันตรายต่อบุคลากร จึงคิดว่าควรเอาคนที่เสพยาบ้าส่งเข้าห้องขังไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย
“ต้องรอดูผล ตนไม่มีสิทธิที่จะบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ทำให้เห็นว่าไม่มีสิทธิที่จะบำบัดผู้เสพได้ทัน ตนเห็นว่า แนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดี” สมศักดิ์ ระบุ
ส่วนจะทำให้สถานการณ์การแก้ปัญหายาเสพติดดีขึ้นหรือไม่ สมศักดิ์ ตอบว่า “ไม่เกี่ยวกัน สถานการณ์แก้ปัญหายาเสพติดจะต้องเป็นเรื่องยึดทรัพย์ แต่สถานการณ์ของคนติดยาต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟู” เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้ห้องขังมีเพียงพอหรือไม่ สมศักดิ์ ตอบว่า “ตำรวจก็มีห้องขังได้อยู่แล้ว ส่วนเรือนจำเป็นเรื่องของขั้นตอนในระยะต่อไป ตนคิดว่าคนที่มียาบ้าเกิน 1 เม็ด แล้วถูกจับ ก็ควรถูกส่งเข้าห้องขัง ให้ถูกควบคุมตัว 48 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่ดี”




