ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปะทะ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)” ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 23-25 มกราคม 2566
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการแข่งขันทางการเมืองระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากพรรครวมไทยสร้างชาติ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.56 ระบุว่าไม่ได้แตกกัน เป็นเพียงแค่การแข่งขันทางการเมือง รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ร้อยละ 20.53 ระบุว่าเป็นสีสันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ร้อยละ 12.52 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอิสระมากขึ้นในการตัดสินใจทางการเมืองและการบริหารประเทศ ร้อยละ 10.76 ระบุว่า การแข่งขันกันจะทำให้ทั้งสองพรรคได้ ส.ส. รวมกันแล้วน้อยกว่าจำนวน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยละ 9.01 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ แตกกันอย่างแน่นอน
ร้อยละ 8.78 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร และ พรรคพลังประชารัฐ เป็นอิสระมากขึ้น สามารถร่วมรัฐบาลกับฝั่งไหนก็ได้ หลังการเลือกตั้ง ร้อยละ 6.56 ระบุว่า การแข่งขันกันจะทำให้ทั้งสองพรรคได้ ส.ส. รวมกันแล้วมากกว่าจำนวน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ผู้ที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ชอบพรรคพลังประชารัฐ จะกลับมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อจำนวน ส.ส. ระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ ภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 42.75 ระบุว่า ทั้งสองพรรคจะได้จำนวน ส.ส.เท่าๆ กัน รองลงมา ร้อยละ 25.73 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร จะได้จำนวน ส.ส. มากกว่า ร้อยละ 24.73 ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้จำนวน ส.ส. มากกว่า
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จะจับมือกันในการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.40 ระบุว่าเป็นไปได้มาก รองลงมา ร้อยละ 30.07 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 18.32 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย ร้อยละ 11.76 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นไปได้
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการแข่งขันทางการเมืองระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากพรรครวมไทยสร้างชาติ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.56 ระบุว่าไม่ได้แตกกัน เป็นเพียงแค่การแข่งขันทางการเมือง รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ร้อยละ 20.53 ระบุว่าเป็นสีสันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ร้อยละ 12.52 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอิสระมากขึ้นในการตัดสินใจทางการเมืองและการบริหารประเทศ ร้อยละ 10.76 ระบุว่า การแข่งขันกันจะทำให้ทั้งสองพรรคได้ ส.ส. รวมกันแล้วน้อยกว่าจำนวน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยละ 9.01 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ แตกกันอย่างแน่นอน
ร้อยละ 8.78 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร และ พรรคพลังประชารัฐ เป็นอิสระมากขึ้น สามารถร่วมรัฐบาลกับฝั่งไหนก็ได้ หลังการเลือกตั้ง ร้อยละ 6.56 ระบุว่า การแข่งขันกันจะทำให้ทั้งสองพรรคได้ ส.ส. รวมกันแล้วมากกว่าจำนวน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ผู้ที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ชอบพรรคพลังประชารัฐ จะกลับมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อจำนวน ส.ส. ระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ ภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 42.75 ระบุว่า ทั้งสองพรรคจะได้จำนวน ส.ส.เท่าๆ กัน รองลงมา ร้อยละ 25.73 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร จะได้จำนวน ส.ส. มากกว่า ร้อยละ 24.73 ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้จำนวน ส.ส. มากกว่า
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จะจับมือกันในการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.40 ระบุว่าเป็นไปได้มาก รองลงมา ร้อยละ 30.07 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 18.32 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย ร้อยละ 11.76 ระบุว่า ไม่ค่อยเป็นไปได้




