ย้ายอุเทนถวาย! อว.ย้ำยึดตามกฎหมาย เตรียมแนวทางรองรับช่วงเปลี่ยนผ่าน

22 ต.ค. 2569 - 19:55

  • ศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบันกว่า 300-400 คน ชุมนุมหน้ากระทรวง อว. เมื่อ 22 ต.ค. 2569 คัดค้านการย้ายวิทยาเขต

  • ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. ยืนยันเดินหน้าตามมติ กยพ. พร้อมลดค่าเทอม 50% และผ่อนผันใช้แล็ปเดิมเป็นรายกรณี

ย้ายอุเทนถวาย! อว.ย้ำยึดตามกฎหมาย เตรียมแนวทางรองรับช่วงเปลี่ยนผ่าน

“ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันอุเทนถวาย” บุก อว. ค้านย้ายที่เรียน

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 กลุ่มศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันอุเทนถวายได้รวมตัวชุมนุมที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อคัดค้านการย้ายสถานศึกษาและเรียกร้องให้กลับเข้าเรียนในพื้นที่เดิม

พร้อมระบุว่าการเรียนออนไลน์ไม่ตอบโจทย์สายช่างที่ต้องเน้นการฝึกปฏิบัติ ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ อว. โดยยืนยันมีแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะและการศึกษาโดยไม่แสวงหากำไร

บรรยากาศที่กระทรวง อว.ช่วงเช้าวันนี้ (22 ต.ค.2569) เจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณประตูทางเข้า-ออก ฝั่งซอยโยธี พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด  ซึ่งในเวลา 14.00 น. กลุ่มศิษย์เก่าอุเทนถวาย และนักศึกษาปัจจุบัน ประมาณ 300-400 คน ได้เดินทางจาก มทร. อุเทนถวาย มาถึงหน้ากระทรวงฯ พร้อมป้ายที่ระบุข้อความว่า “คัดค้านการย้ายอุเทนถวาย” , “ พัฒนาการศึกษาหรือมุ่งหวังที่ดิน“ ฯลฯ

ตัวแทนศิษย์เก่าอุเทนถวาย กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อทวงสิทธิ์ให้กับนักศึกษาปัจจุบัน ให้ได้กลับเข้าไปเรียนอย่างสถานที่เรียนเดิม เพราะขณะนี้นักศึกษาไม่มีที่เรียน เป็นการเรียนผ่านระบบออนไลน์

“วันนี้จึงได้มาทวงถามกับ รมว.อว. ว่ามีแนวทางให้นักศึกษาได้กลับเข้าไปศึกษาในที่เดิมได้หรือไม่ เนื่องจากสถานที่เดิมมีอุปกรณ์และห้องแล็ปที่พร้อม จึงไม่ต้องการย้ายสถาบัน ไม่ต้องการให้เสียงบประมาณในการสร้างพื้นที่ใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะนำพื้นที่เก่าของอุเทนถวายไปใช้ทำอะไร”

“ที่ผ่านมาที่เคยคืนพื้นที่กลับไปให้จุฬา ฯ ล้วนแล้วแต่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งการเรียนออนไลน์ ไม่ทำให้การเรียนรู้เทียบเท่ากับการปฏิบัติจริง อีกครั้งอุเทนถวายส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาช่างจึงต้องเน้นการปฏิบัติมากกว่าการเรียนในห้องเรียน วันนี้จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ขบคิดและไตร่ตรองว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกต้องหรือไม่”

ขณะที่นักศึกษาปัจจุบัน กล่าวว่า ไม่ว่าวันนี้ผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร พวกเรายืนยันที่จะไม่ย้ายสถานที่เรียน วันนี้เรามาเพราะเดือดร้อน ถูกฤทธิ์สิทธิ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่มีที่เรียน ปัญหาขณะนี้คือเรื่องการเรียน ไม่เกี่ยวกับเรื่องตีกัน ไม่ใช่เรื่องสถานที่เรียน โดยนักศึกษารุ่นปัจจุบันย้ำว่าจะปฏิญาณตนในเรื่องตีกันว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

Objection-to-relocating-UtenThawai-School-SPACEBAR-Photo01.jpg

จุฬาฯ ส่งหนังสือถึง อว. ยืนยันแผนพัฒนาพื้นที่ “อุเทนถวาย” เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชรอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำหนังสือมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เรื่องการใช้พื้นที่บริเวณ มทร.อุเทนถวาย โดยยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยมีแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างใด

อว. นัดประชุม 3 ฝ่าย ชี้แจงสถานที่เรียนชั่วคราวและมาตรการเยียวยา เพื่อหาทางออกช่วงเปลี่ยนผ่าน

 ในเวลา 15.30 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและข้อเรียกร้องของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย พร้อมด้วยผู้แทนศิษย์เก่า และผู้แทนนักศึกษา และ รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เข้าร่วมประชุมด้วย

ทางออกอุเทนถวาย ยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง จ่อช่วยค่าเช่าหอ-ลดค่าเทอม

เวลา 17.30 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยผลการหารือซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ว่า กระทรวง อว. ยังคงยึดแนวทางตามมติของ กยพ. แต่จะให้ความสำคัญกับนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ได้รับการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและดีที่สุด พร้อมกำหนดแนวทางเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม

ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้ยืนยันแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.ย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย ควบคู่การเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด

เรื่องการย้ายพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการออกมาตรการรองรับเพื่อให้การย้ายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ตลอดจนค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

2.งดการเรียนการสอนในพื้นที่ ชูหัวใจสำคัญคือ "ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน"

มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน เป็นเรื่องของความปลอดภัยในตัวนักศึกษาเอง และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเมือง ทางกระทรวงฯ คำนึงถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องส่งลูกหลานมาเรียนตอนเช้า รวมถึงความปลอดภัยของผู้คนที่สัญจรไปมาบนรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่โดยรอบ

ดังนั้น เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญให้ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนมาเป็นอันดับแรก เพื่อให้การเรียนภาคปฏิบัติไม่สะดุด ได้มีการพูดคุยและประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้ช่วยเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับนักศึกษา

ในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

เบื้องต้นประเมินว่าห้องแล็ปที่ประสานงานไว้มีเพียงพอ แต่ในกรณีที่บางคณะหรือบางรายวิชามีความจำเป็นทางเทคนิคที่ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้จริงๆ สามารถมาพูดคุยในรายละเอียดภายหลังได้ โดยจะพิจารณาผ่อนผันให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าไปใช้แล็ปในพื้นที่เดิมได้เป็นรายกรณี (Case-by-case) โดยเฉพาะในช่วงสอบที่มีความจำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ ทางคณะจะต้องจัดทำแผนการเข้าใช้งานที่ชัดเจนก่อน และกระทรวง อว. จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้การเรียนและการสอบเดินหน้าต่อไปได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักศึกษา บุคลากร และประชาชนเป็นสำคัญ

3.เคาะมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติม ลดค่าเทอม 50% - ดึงเครือข่าย มทร. และภาคอุตสาหกรรมร่วมปั้นทักษะ

สำหรับมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติมที่ได้ข้อสรุปแล้ว จะประสานเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อรองรับการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการในสาขาโลจิสติกส์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา และงานก่อสร้าง พร้อมประสานต้นสังกัดลดค่าเทอมนักศึกษาลง 50% และสนับสนุนค่าเดินทางให้คณาจารย์ที่ต้องย้ายไปสอนในพื้นที่ใหม่

ส่วนพื้นที่เดิม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา (Lifelong Learning) และนวัตกรรม โดยเปิดวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อออกแบบการใช้ประโยชน์ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเดินหน้าทำ MOU กับภาคอุตสาหกรรม ส่งนักศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง (Work-integrated Learning) เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษา

การยกระดับทักษะสู่อุตสาหกรรมจริงของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน: สำหรับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้เดินหน้าความร่วมมือผ่านการจัดทำ MOU ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งนักศึกษาเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม (Work-integrated Learning)

มาตรการของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันนี้ นอกจากจะช่วยเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานทางวิศวกรรมแล้ว ยังเป็นการนำทักษะฝีมือของนักศึกษาไปสร้างประโยชน์ในสายการผลิตจริง สร้างรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ

“ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย และไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียวครับ ผมเข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม”ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ตนเองและทุกคนที่ร่วมกันแก้ปัญหานี้ ขอให้ความมั่นใจว่าจะรับฟังทุกข้อกังวล และเข้าไปดูแลนักศึกษารวมถึงทุกท่านอย่างดีที่สุด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสร้างอนาคตทางการศึกษาที่มั่นคงให้กับนักศึกษาทุกคนอย่างแท้จริง

Objection-to-relocating-UtenThawai-School-SPACEBAR-Photo02.jpg
Objection-to-relocating-UtenThawai-School-SPACEBAR-Photo03.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์