เตรียมส่งชันสูตรซ้ำ เชื่อ ‘ผกก.โจ้’ ถูกผูกไม่ใช่รัด

10 มี.ค. 2568 - 10:45

  • ‘รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์’ ให้น้ำหนักการเสียชีวิต ‘ผู้กำกับโจ้’ จากการถูกผูกไม่ใช่รัด

  • แจ้งญาติผลตรวจละเอียดออกอีก 2-4 สัปดาห์ ญาติส่ง รพ.จุฬาฯตรวจซ้ำ เปรียบเทียบข้อมูล 2 แหล่ง

  • ด้าน‘ผอ.สสอ.มหาดไทย’ระบุขนาด‘ผ้าขนหนู’เท่ากับผ้าเช็ดผมที่ใช้ในโรงแรม

Observers_of_the_Autopsy_Former_Nakhon_Sawan_Provincial_Police_Officer_Died_in_Prison_SPACEBAR_Hero_ed18384305.jpg

ภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย เฉพาะกิจ  กรณีเสียชีวิตในเรือนจำคลองเปรมของ 'พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล ' หรือ 'ผกก.โจ้' อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ในฐานะจำเลยในคดีฆาตกรรมผู้ต้องหาคดียาเสพติด  

'ผศ.นพ. วรวีร์ ไวยวุฒิ' รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า การผ่าชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นเท่าที่ได้ตรวจบริเวณคอที่เสียชีวิต ให้น้ำหนักการเสียชีวิตจากการผูกคอเสียชีวิตมากกว่า เพราะในการทำร้ายอื่นๆ เราไม่เห็นบาดแผลที่มีความชัดเจน

“ส่วนร่องรอยมีลักษณะของบาดแผลพบบริเวณร่างกายของสะโพกและหลัง เป็นลักษณะของรอยช้ำเก่า วันนี้ทางห้องตรวจปฏิบัติการจะตรวจเพิ่มเติมโดยตรวจเนื้อเยื่อเพิ่มเติม รวมทั้งเวลาบาดเจ็บเกิดขึ้นช่วงใด”

ส่วนกรณีที่ญาติบอกว่าพบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุเกิดจากสาเหตุอะไรนั้น เลือดที่ออกส่วนตัวไม่ได้ดูในที่เกิดเหตุ แต่ได้สอบถามทางคณะชันสูตรที่เกิดเหตุ บอกว่าเป็นไปได้ 2 กรณี โดย กรณีที่ 1 สงสัยว่าจะเป็นเลือดที่ออกมาจากการเสียชีวิต สันนิษฐานว่าเป็นของเหลว ที่ออกมาจากร่างกายภายหลังการเสียชีวิตแล้ว ส่วนเลือดออกพบว่าออกมาจากทางปากเท่านั้น กรณีที่ 2 จากบาดแผลแต่พบเพียงรอยถลอกที่บริเวณแขนเท่านั้น ซึ่งคิดว่าไม่น่าใช่เลือดน่าจะเป็นสารของเหลวที่ออกมาร่างกายภายหลังเสียชีวิตแล้ว 

ทั้งนี้ ทราบว่าสำนักงานพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำไปเก็บตรวจแล้วเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของหยดตรงนี้ ก็จะบอกได้ว่าเป็นหยดของเลือดหรือหยดของซีรั่มที่เกิดภายหลังการเสียชีวิต สำหรับแผลถลอกไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จากการสอบถามพนักงานฝ่ายปกครองเห็นตั้งแต่ช่วงไปชันสูตรศพที่เกิดเหตุแล้ว เป็นบาดแผลใหม่ที่อาจจะเกิดเหตุระหว่างที่นำร่างลงมา อาจจะไปครูดกับของแข็งบางอย่างซึ่งเป็นสิ่งเจอช่วงชันสูตรศพ 

ด้าน ‘วีรศักดิ์ นาคิน’ ทนายความของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางครอบครัวจะส่งร่างของอดีตผู้กำกับโจ้ไปพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯอีกรอบ โดยจะนำร่างออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ วันนี้เวลา 14.00 น. เคลื่อนไปที่สถาบันนิติโรงพยาบาลจุฬา เพื่อทำการผ่าชันสูตรอีกรอบ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล ทั้งนี้ ไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์  กระทรวงยุติธรรมแต่อย่างใด ต้องการเทียบข้อมูลจากทั้ง 2 แหล่ง 

ส่วนผลการผ่าชันสูตรในวันนี้ทางครอบครัวพอใจหรือไม่ ทนาย กล่าวว่า พอใจแต่ว่าต้องรอดูผลจากทางคุณหมออีกทีในส่วนของรายละเอียดต่างๆ สำหรับขนาด ของผ้าที่ผูกคอเสียชีวิตนั้นทางญาติเห็นไม่ชัด เพราะว่าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนทางครอบครัวจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอดีตผกก.โจ้ อย่างไรบ้าง ทนายฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูข้อเท็จจริงในส่วนของ 'พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ โดยจะรวบรวมข้อมูลก่อน 

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้อดีตผู้กำกับโจ้ได้มอบหมายให้ไปแจ้งความถูกทำร้ายร่างกายไว้ที่สน.ประชาชื่นอ้างว่าทางเรือนจำไม่ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนนั้น  อันนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงจาก รมว.ทวี ว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้างแล้วจึงจะมีการดำเนินการต่อ  ทั้งนี้ญาติได้ลงบันทึกกับตำรวจไว้ว่าทางญาติติดใจการเสียชีวิตของอดีตผกก.โจ้  โดยขณะนี้จะต้องให้ทางพนักงานสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากมีความคาใจเรื่องมูลเหตุแรงจูงใจ 

สำหรับกรณีที่หลังจากนี้ญาติจะมีนำศพไปผ่าชันสูตร ที่โรงพยาบาลจุฬานั้น เพื่อเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลกันเฉยๆ ทางญาติอยากให้มีทั้ง 2 ส่วนในการตรวจพิสูจน์ คืออยากได้ข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน ทั้งนี้จะดูข้อมูลทั้ง 2 แห่งก่อน 

ส่วนกรณีที่อดีตผู้กำกับโจ้ถูกขังเดี่ยวเนื่องจากร้องขอเองหรือเป็นการถูกทำโทษนั้น ทนาย กล่าวว่ายืนยันได้ว่าเขาแจ้งมาตลอดว่าต้องการออกจากขังเดี่ยว  ไม่ได้ต้องการเข้าไปอยู่ เพราะเขาขอที่จะออกอย่างเดียวซึ่งได้แจ้งทางญาติกับทนายว่าจะทำเรื่อง ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทราบว่าเป็นการทำโทษถูกขังเดี่ยวแยกควบคุมประมาณ 2 เดือนกว่า เกิดก่อนที่จะมีการสอบวินัยนักโทษอดีตผู้กำกับโจ้  ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการไปแจ้งความที่สน.ประชาชื่น ว่าถูกทำร้ายร่างกาย 

ในส่วนความคืบหน้าด้านคดี วันนี้ที่ สน.ประชาชื่น ภายหลังจาก ‘พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์’ รอง ผบช.น. ‘พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม’ ผบก.น.2 ‘พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล’ รอง ผบก.น.2 และ ‘พ.ต.อ.สัญญา อุบลวิรัตนา’ ผกก.สน.ประชาชื่น เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อเร่งรัดติดตามคดีเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ล่าสุดมีรายงานว่า พล.ต.ต.เจษฎา ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า  

วันนี้มีการประชุมติดตามเร่งรัดคดี ทั้งในส่วนคดีที่ผู้กำกับโจ้เสียชีวิต และถูกทำร้ายร่างกาย โดยคดีการเสียชีวิตของผู้กำกับโจ้นั้น เบื้องต้นมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุมาครบแล้ว รวมถึงกล้องวงจรปิดทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะผ้าขนหนูที่ผู้กำกับโจ้ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งความยาวของผ้าขนหนูตอนนี้ยังระบุไม่ได้ เนื่องจากพบว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ตัดออกขณะที่เข้าไปช่วยเหลือและเข้าไปด้านในห้องขังเดี่ยว 

ในส่วนคดีที่ผู้กำกับโจ้ถูกทำร้ายร่างกายนั้น ได้มีการมอบอำนาจให้ทนายความมาแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการดำเนินการมาอย่างตลอด และได้ข้อมูลใบความเห็นแพทย์ว่าผู้กำกับโจ้มีรอยฟกช้ำถูกทำร้ายร่างกายมาแล้ว แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มีการเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและยังไม่ได้สอบสวน รวมถึงยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร และยังไม่ได้สอบปากคำผู้กำกับโจ้ มีเพียงเข้าไปพูดคุยเบื้องต้นด้วยการเข้าไปเยี่ยมเท่านั้น เนื่องจากการเข้าไปสอบปากคำจะต้องมีขั้นตอนการเข้าไปดำเนินการในเรือนจำ แต่เมื่อประสานไปแล้วทางเรือนจำแจ้งว่ามีความขัดข้องเกิดขึ้น 

หลังจากนี้ก็จะดำเนินการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยอมรับว่าคดีนี้เมื่อผู้ร้องทุกข์เสียชีวิตไปแล้วทำให้การดำเนินการยากขึ้น แต่ก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ ส่วนประเด็นที่ทางญาติมีนักโทษอีก 5 คนที่ถูกผู้คุมคนเดียวกันทำร้าย เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบความผิดจะเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้กังวลอะไร พร้อมดำเนินการตามหลักวิทยาศาสตร์ และจะทำทุกอย่างให้โปร่งใสมากที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์