กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันนี้ (18 ต.ค.) ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 24.3 – 49.8ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) อยู่ในระดับดี (สีเขียว) ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 คพ.ได้ปรับปรุงค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เป็น 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากเดิม 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รวมทั้งปรับปรุงดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยให้เข้มขึ้น ทำให้ระบบการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5. มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถแจ้งเตือนได้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง และปฏิบัติตนตามคำแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ ผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน Air4Thai
โดยจากการตรวจสอบค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เวลา 09.00 น.ของวันนี้ (18 ต.ค.) พบว่า พื้นที่ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ เขตธนบุรี บางขุนเทียน ดินแดง บึงกุ่ม คลองสามวา จอมทอง บางพลัด บางแค ทุ่งครุ บางกอกน้อย ทวีวัฒนา ราษฎร์บูรณะ ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ วังทองหลาง ปทุมวัน บางรัก สาทร ยานนาวา บางนา หนองจอก ประเวศ คลองสาน บางกอกใหญ่ ตลิ่งชัน ภาษีเจริญ หนองแขม บางบอน พระนคร บางซื่อ บางเขน
ส่วนจังหวัดในปริมณฑลที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในเวลา 09.00 น.ได้แก่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, อ.เมือง จ.สมุทรปราการ, อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ขณะที่จังหวัดอื่นๆที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในเวลา 09.00 น. ได้แก่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา, อ.เมือง จ.อ่างทอง, อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนและจะเข้าฤดูหนาว มีแนวโน้มความกดอากาศที่สูงขึ้น อากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้จะมีฝุ่นละอองสะสม และจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 โดย คพ.พบว่าสถานการณ์ที่ฝุ่นละอองอยู่ในระดับสีส้มจะคงอยู่อีก 1-2 วัน จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด




