ตร. จ่อออกหมายจับ ‘ผู้บงการ’ คดี ‘เรือน้ำมันเถื่อน’ ล่องหน 3-4 คน

18 มิ.ย. 2567 - 10:50

  • ตร. จ่อออกหมายจับ ‘กลุ่มผู้บงการ’ เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนล่องหน 3-4 คน ช่วยเสริมให้พยานหลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้น มองเห็นตัวละคร-เชื่อมโยง หลังให้ ‘อัยการ’ ร่วมสอบสวน จับลูกเรือได้แล้ว 8 คน หลบหนี 7 คน

Oil_tanker_arrest_warrant_SPACEBAR_Hero_e76e3895ea.jpg

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม ร่วมกับ พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ประชุมร่วมกับ วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หัวหน้าคณะทำงานฝั่งอัยการ ในคดีจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน และกรณีที่เรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ที่จับกุมได้หายไปจากท่าเทียบเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

พ.ต.อ.ชัชวาล เปิดเผยว่า เนื่องจากคดีจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล จึงเป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่ทำผิดตามกฎหมายไทย จึงต้องให้อัยการเข้าร่วมการสอบสวน

โดยการประชุมในวันนี้จะเป็นการประชุมหารือรายละเอียดทางคดีทั้งหมด ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงเมื่อวานนี้ที่มีผู้ต้องหามารายงานตัว โดยส่วนของ บก.ปอศ. ซึ่งเป็นเจ้าของคดีจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน ในความผิดตาม พ.ร.บ.สรรพากร และ พ.ร.บ.สรรพสามิต ก็จะหารือกับอัยการในประเด็นการดำเนินการกับกลุ่มผู้ต้องหาและการขยายผลในขั้นตอนต่อไป

ส่วนจะขยายผลไปถึงกลุ่มผู้บงการหรือไม่นั้น ตำรวจ บก.ปอศ. ได้ประสานข้อมูลการสืบสวนจากฝั่ง ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และจะนำเสนอข้อมูลให้อัยการพิจารณาว่าพยานหลักฐานสาวถึงผู้ร่วมขบวนการรายใดบ้างที่เพียงพอที่จะดำเนินคดี

ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก เปิดเผยว่า กองบังคับการปราบปรามก็จะมีการประชุมหารือร่วมกับอัยการใน 3 ส่วน คือ 1.ส่วนของคดีจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน ที่ตำรวจกองปราบปรามเป็นชุดสืบสวน ก่อนที่จะส่งมอบข้อมูลให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ไปดำเนินคดีเรื่องเกี่ยวกับภาษี 

2.ประเด็นการขยายผลเครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับคดีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน

3.เป็นเจ้าของคดีเรือที่หายไป 3 ลำ ซึ่งภาพรวมจะเป็นการหารือในเรื่องรูปสำนวนให้รอบด้าน และการขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหาเดิม 

ซึ่งตำรวจมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลในส่วนหนึ่งอยู่ เป็นกลุ่มผู้บงการ 3-4 คน เพราะเมื่อมีคดีเรือหายขึ้นมา ทำให้ตำรวจมองเห็นความเชื่อมโยงต่างๆ มากขึ้น เห็นตัวละครสำคัญมากขึ้น พยานหลักฐานในคดีเดิมชัดเจนมากขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะออกหมายจับ

ส่วนกรณีที่ลูกเรือ 15 คน ที่ลงเรือ 3 ลำที่หายไป พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้วทั้ง 15 คนในข้อหาเกี่ยวกับการเอาไป หรือทำลาย ซ่อนเร้น ทำให้สูญหาย ซึ่งทรัพย์สินที่พนักงานยึดไว้ไปเพื่อเป็นพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 242 และ 158 และการลักทรัพย์ของผู้อื่น เพราะที่ผ่านมาผู้ต้องหาทั้งหมด 28 คน ต่างคนต่างปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของเรือและเจ้าของน้ำมัน 

ดังนั้นเรือกับน้ำมันจึงเป็นทรัพย์ของผู้อื่น การที่ผู้ต้องหา 15 คนนำเรือออกไป ก็จะเข้าข่ายลักทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งเมื่อวานนี้ตามจับกลับมาได้ 8 คน ส่วนอีก 7 คนยังหลบหนี ซึ่งฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามมาดำเนินคดี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์