‘จตุพร’ ชี้ผุด ‘กาสิโน-พนันออนไลน์’ สร้างความหายนะประเทศ

5 มี.ค. 2568 - 14:26

  • กฎหมาย ‘กาสิโน’ เข้า ครม.เมื่อไหร่ถูกต้านหนักแน่

  • ‘จตุพร’ ชี้ ผุดบ่อนกาสิโน-พนันออนไลน์ สร้างความหายนะประเทศได้ในไม่กี่วัน

Online_casinos_gambling_create_havoc_in_the_country_SPACEBAR_Hero_4e29ca8f35.jpg

จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ (5 มีนาคม 2568) ต่อโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (กาสิโน) และพนันออนไลน์ถูกกฎหมายที่ ครม.เตรียมจะนำเข้าสู่การพิจารณาเร็วๆ นี้ 

จตุพร ระบุว่า การฟื้นเศรษฐกิจไม่ใช่การทำบ่อนกาสิโนและพนันออนไลน์ เพราะจะเป็นการทำลายระยะยาว พร้อมย้ำว่า การแก้ไขร่างกฎหมายบ่อนกาสิโนของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยให้คนไทยมีเงินฝาก 50 ล้านเข้าเล่นพนันได้ แสดงถึงเจตนาไม่ต้องการให้คนไทยเข้าไปเล่นพนัน ถ้าเจตนารัฐเดิมอ้างเอารายได้มาจากนักท่องเที่ยวต้องไม่เดือดร้อนกับการแก้ไขของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ห้ามคนไทยเข้าเล่นพนันในบ่อนกาสิโน

“โดยแต่เดิมนั้น กระทรวงการคลังออกแบบกฎหมายบ่อนกาสิโนให้คนไทยต้องเสียเงิน 5,000 บาทเข้าไปเล่นพนัน เท่ากับแสดงว่า รายได้หลักมาจากต่างชาติ เมื่อกฤษฎีกาแก้ไขใหม่ให้คนไทยมีเงินฝาก 50 ล้านเข้าเล่นได้ แปลว่า ปิดประตูคนไทยเข้าบ่อน ความจริงต้องไชโยโหร้อง ส่วนรัฐบาลกลับกระเสือกกระสนจะเอาให้ได้”

“ความน่ากลัวของบ่อนกาสิโน อยู่ที่การพนันออนไลน์และเล่นกันเต็มบ้านเต็มเมืองในขณะนี้ แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่มีมาตรการอะไรที่จะปราบปรามและปกป้องคนไทยไม่ให้เป็นทาสการพนัน”

จตุพร กล่าวอีกว่า การยกพนันออนไลน์ไว้บนดินจะเป็นชนวนแตกหักของรัฐบาล โดยภาคประชาชน ทั้ง คปท. และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส รวมถึงกองทัพธรรม ได้ชุมนุมปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล ตรงสะพานชมัยมรุเชฐอยู่แล้ว เพราะไม่ไว้ว่างใจว่า รัฐบาลจะเอาเข้า ครม.วันไหน จึงต้องตากแดดเฝ้าดูไว้

“วันไหนที่ร่างกฎหมายบ่อนกาสิโนเข้า ครม.เชื่อว่า วันนั้นเป็นจุดเริ่มของการแตกหัก เพราะการพนันออนไลน์เป็นการทำลายคนในชาติ เป็นความฉิบหายของประเทศ อีกอย่างรัฐบาลมีกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา เมื่อกฤษฎีกาล็อก เรื่องเงิน 50 ล้าน ก็แสดงอาการจะเป็นจะตายขึ้นมาให้ได้

การตั้งบ่อนกาสิโนนั้น ไม่ไช่ความตื่นเต้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะหลายประเทศมีบ่อนกันจนฉิบหายไปแล้ว ดังนั้น รายได้ส่วนนี้จากบ่อนไม่มีอยู่จริง แต่ซุกซ่อนไว้ที่การพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ดังนั้น ประเทศดีๆ รัฐบาลเพื่อไทยไปทำให้เกิดความเสียหายได้อย่างไร”

จตุพร กล่าวอีกว่า เชื่อว่าขณะนี้ทำเนียบรัฐบาลจะเต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลายปัญหา มีทั้งชาวนา เกษตรกรมันสำปะหลัง มาเรียกร้องราคาตกต่ำ ความเดือดร้อนของชาวนา ชาวไร่ต้องลุกขึ้นมาเรียกให้แก้ปัญหาโดยเร็ว นอกจากนี้ยังจะมีกรณีเรียกร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม และต่อไปจะเป็นกลุ่มความเดือดร้อนจากภัยแล้ง

“รัฐบาลชุดนี้ประกาศโชว์เรื่องการแก้ปัญหาด้วยความรวดเร็ว แต่ไม่เป็นไปตามที่พูด เพราะสำนักงบประมาณไม่ยอมสั่งจ่ายเงิน ก็พอจะคิดออก เพราะถ้ามีงบประมาณ ทำไมเขาจะไม่สั่งจ่าย ดังนั้น รัฐบาลบอกคนไทยจะรวยๆ winๆ กันนั้น มันจริงหรือไม่”

จตุพร ยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เชื่อได้ว่ารัฐบาลเพื่อไทยไม่มีทางมัดมือชกให้พูดแค่วันเดียว เพราะสภาจะพัง หากปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้อภิปรายฯ ตามข้อกล่าวหาได้ สภาจึงไม่มีความหมายโดยปริยาย ดังนั้น การตรวจสอบจึงไหลไปนอกสภา

“รัฐบาลอ้างไม่มีแผลทุจริต แล้วคุณกลัวอะไรกับการถูกตรวจสอบ คุณมีกลไกมากกว่าเขาด้วยซ้ำจึงไม่ควรกลัว ดังนั้น ความกล้าและไม่โกงจึงไม่ต้องกลัว ยกเว้นว่าโกง ทำผิดกฎหมายย่อมมีสิทธิกลัวได้”

จตุพร ยกบทเรียนสมัยใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ว่า ช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ฝ่ายค้านมีเสียงในสภาไม่พอจะอภิปรายไม่ไว้วางในนายกฯ ดังนั้น ทักษิณ จึงไม่ชินกับการถูกตรวจสอบ เมื่อสภาตรวจสอบไม่ได้จึงออกมาที่ถนน ประชาชนเคลื่อนไหวตรวจสอบทักษิณ แล้วสภาก็อยู่ไม่ได้

จตุพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ขณะนี้ เสียงฝ่ายค้านพอที่จะเปิดอภิปรายฯ นายกฯได้ ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยใช้เสียงข้างมากไม่ยอมให้ฝ่ายค้านอภิปรายฯ แล้ว ดูเหมือนเป็นชัยชนะแค่พริบตาของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่หลังจากนั้นจะทยอยพังตามลำดับ

“หวังว่าก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งขึ้น แพทยสภาควรเสนอรายงานผลการตรวจสอบแพทย์รักษาทักษิณว่าป่วยจริงหรือไม่ เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาคำร้องให้นำตัวทักษิณมารับโทษติดคุก 1 ปีที่เหลืออยู่”

“ต้องเรียกร้องกันซ้ำว่า แพทยสภาก็เห็นแล้วว่า ข้างหน้าบ่อนกาสิโนมันรออยู่ เรื่องราวความเสียหายต่างๆ มันรอ ท่านควรดำเนินการโดยมิชักช้า และในส่วนศาลฎีกาควรมีการประชุมใหญ่ เพื่อทำให้บ้านเมืองเดินตรงและเรื่องราวอื่นๆ แม้ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สามารถแก้ไขไปได้โดยปริยาย ถ้าคนมีหน้าที่แต่ละฝ่ายต่างคนต่างปล่อย วันหนึ่งบ้านเมืองจะพัง และถ้ามีคนรักชาติแล้ว บ้านเมืองจะไม่หายนะย่อยยับเหมือนการเสียกรุงถึง 2 ครั้งอีก”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์