ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมืองและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ว่า เป็นเรื่องการส่งตัวกลับของคนที่กระทำผิดกฎหมาย เพราะปัจจุบันมีปัญหาว่าพอจับกุมแล้วกลายเป็นผู้ต้องกัก พอดำเนินคดีแล้วส่งตัวกลับไม่ได้สักที จนกลายเป็นปัญหาในเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักซึ่งมีจำนวนมาก เพราะประเทศเราเข้าง่าย นายกรัฐมนตรีจึงมีดำริในเรื่องนี้ และในสหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยให้มีการรีบส่งตัวกลับ ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสากล
ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 54 และ 55 เพราะกฎหมายปัจจุบันระบุว่า คนที่จะส่งกลับต้องออกเงินเอง ซึ่งชีวิตจริงเขาไม่มีเงิน จึงต้องมีการแก้กฎหมายว่าหากต้องใช้งบประมาณในการส่งตัวกลับ เพื่อให้ผลักดันได้อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักถูกลง โดยมีเป้าหมาย เร่งส่งกลับผู้กระทำผิดกฎหมายต่างชาติ ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ
ปกรณ์ กล่าวอีกว่า “ผมจะหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยในสัปดาห์หน้า และจะเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขให้เร็วที่สุด”
ส่วนจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหรือไม่นั้น ปกรณ์ นิลประพันธ์ กล่าวว่า “หากส่งกลับเลยจะถูกกว่าดูแลแล้วส่งกลับ เพราะหากดูแลต้องเสียงบประมาณอีกหลายปี ดังนั้นเมื่อคิดในทางเศรษฐศาสตร์แล้วมันคุ้มกว่า” พร้อมย้ำประเด็นสำคัญว่า การใช้งบส่งกลับทันทีคุ้มค่ากว่าการควบคุมตัวระยะยาว
เมื่อถามย้ำถึงคาดการณ์ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น ปกรณ์ นิลประพันธ์ กล่าวว่า “ต้องคุยก่อนว่ามีผู้ต้องกักจำนวนเท่าไหร่ แต่คิดว่าการส่งกลับจะหนักในปีแรก แต่หลังจากนั้นคงไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะการเข้าเมืองของเราจะยากขึ้น” โดยคาดว่า หลังปรับกฎหมาย การเข้าเมืองจะเข้มงวดขึ้นและภาระงบประมาณจะลดลงในระยะยาว




