พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการส่งตัว เชาวลิต ทองด้วง หรือ ‘แป้ง นาโหนด’ ผู้ต้องขังในคดีหลบหนีออกจากโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราชกลับไทย ว่า ในวันนี้ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. จะมีการส่งตัว แป้ง นาโหนด ไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน จากการเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัว 48 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการจับกุมตามหมายแดง ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะขอตัวมาควบคุมตัวที่เรือนจำบางขวางหรือเรือนจำคลองเปรม เนื่องจากเป็นเรือนจำที่มีการควบคุม ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการประชุมหารือของรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะได้ข้อยุติ จากนั้น จะเป็นเรื่องสำนวน เพราะคดีของแป้ง นาโหนด ส่วนหนึ่งมีหมายขังของศาลแล้วสามารถนำตัวเข้าเรือนจำได้ทันที แต่เนื่องจากโดนหมายแดงต้องเข้าสู่กระบวนการก่อน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำหรับการดูแลความเรียบร้อยภายในเรือนจำ ยืนยันว่ามีมาตรฐาน และแป้ง นาโหนด ไม่ได้มีความเครียด นอกจากนี้ แป้ง นาโหนด มีคดีติดตัวหลายคดีจึงอาจถูกอายัดตัว ตนได้เน้นย้ำว่าในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เหตุการณ์การหลบหนีออกจากสถานที่ควบคุมจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งต้องมีการสอบสวนและต้องได้ข้อมูลจากแป้ง นาโหนด ด้วย ที่ผ่านมามีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องซึ่งได้มีการดำเนินคดีไปบ้างแล้ว โดยต้องไปสอบสวนดูว่า ใครทำหน้าที่บกพร่องหรือมีส่วนอยู่เบื้องหลัง ต้องนำตัวมาให้หมด รวมถึงบุคคลที่ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติด ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนโดยเฉพาะ เพราะประชาชนให้ความสนใจ และนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดูเรื่องของความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีที่ แป้ง นาโหนด ออกมาพูดถึงกระบวนการยุติธรรมที่จะทำให้ขาดความเชื่อมั่น ว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดกับ ซึ่งต้องดูว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลอย่างไร หรืออาจจะต้องเป็นคดีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องแยกขัง แป้ง นาโหนด หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่าในเรือนจำมีระบบ และอาจมีห้องรวมขนาดเล็กและมีผู้คุมดูแล ส่งนความกังวลว่าผู้ต้องหาอาจทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายนั้น เขาจะอยู่ในความดูแลของผู้คุมตลอดเวลา และมีกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจสอบได้ โดยจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ส่วนกรณีการเปลี่ยนเช่าเครื่องบินเหมาลำนำตัว แป้ง นาโหนด กลับไทยว่า ทางอินโดนีเซียพร้อมอำนวยความสะดวกที่จะส่งตัว ซึ่งเขาอาสาตั้งแต่แรก เพราะก่อนหน้านั้น ไทยก็อาสาที่ส่งตัวนักโทษอินโดนีเซียกลับประเทศเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการประเมินเรื่องของค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยเป็นหลัก จึงเลือกใช้ช่องทางดังกล่าว โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซียควบคุมตัวทั้งหมดก่อนที่จะส่งมอบแป้ง นาโหนด ที่สนามบิน ซึ่งเป็นขั้นตอนของกระบวนการของไทย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำหรับเส้นทางการหลบหนีนั้น ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน ต้องรับฟังทุกฝ่าย ใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ต้องยึดตามพยานหลักฐาน หากพูดไปอาจจะทำให้คนอื่นเกิดความเสียหาย การหลบหนีจากประเทศไทยไปอินโดนีเซียนั้นถือเป็นกระบวนการหนึ่งที่ต้องสืบสวน แต่การที่เขาไปอยู่ที่อินโดนีเซียอย่างไรนั้น ทางตำรวจอินโดนีเซียได้ให้ข้อมูลมาครบแล้ว ส่วนที่แป้ง นาโหนด ระบุว่าไปมาหลายประเทศก่อนที่จะมาอยู่ที่อินโดนีเซียและไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติดนั้น ถือเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง การพิสูจน์เรื่องนี้ไม่ยาก ต้องมีหลักฐานมาค้ำยัน อย่างไรก็ตาม ต้องให้เครดิตตำรวจไทยที่สามารถค้นหาผู้หลบหนี และนำตัวกลับมาได้
เมื่อถามถึงกรณีโดนโจมตีที่ว่าแห่ไปรับแป้ง นาโหนด เหมือนเป็นผู้ทรงเกียรติ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น เป็นเพียงมุมมองของคนจะมองเช่นไรก็ได้ คงไม่ใช่แห่ไปรับ เพราะการจับกุมในต่างประเทศ ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ของประเทศนั้น ซึ่งต้องมีการประสานข้อมูล ซึ่งใช้เวลาเพียง 6 วันในการควบคุมตัว ถือว่ามีความสามารถ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจไทยมีสายของแป้ง นาโหนด จึงไม่สามารถจับกุมได้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ การหนีไปต่างประเทศการจับกุมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ตำรวจต่างประเทศจับ
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงจำนวนนักโทษคดีการเมือง และนักโทษคดีมาตรา 112 ขณะนี้มีจำนวนเท่าใดว่า จะทราบแค่ในส่วนของราชทัณฑ์ ซึ่งมีประมาณ 20 กว่าคน โดยเป็นส่วนที่ศาลตัดสินแล้ว อยู่ระหว่างการควบคุม ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงการนิรโทษกรรมนั้น น่าจะเป็นเรื่องของสภาในการเสนอกฎหมาย ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมพยายามให้มีการปฏิบัติต่างกันระหว่างคดีที่ศาลตัดสินเด็ดขาดแล้วกับคดีที่ผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน ซึ่งอยู่ในส่วนของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
เมื่อถามถึงกรณีก่อนหน้านี้ระบุว่าจะแก้ไขกฎกระทรวงยุติธรรม ในการคุมขังผู้ต้องหาที่ศาลยังไม่ตัดสิน ให้ไม่ต้องถูกคุมขังภายในเรือนจำ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นการแก้กฎกระทรวงตามมาตรา 89 / 1 รวมถึงระเบียบราชทัณฑ์ที่คุมขัง ซึ่งยังไม่ได้นำออกมาใช้ ทั้งหมดอยู่ในอำนาจศาลไต่สวนซึ่งเป็นไปตามกฏหมายอยู่แล้ว
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงเสถียรภาพของรัฐบาลในฐานะที่เป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลมองว่ายังไปต่อได้ หรือ อาจจะมีอุบัติเหตุทางการเมือง ว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีเสียงสนับสนุน การที่จะนำรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีออก คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีอีกส่วนคือ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในกระบวนการ ซึ่งในความเห็นส่วนตัวมองว่ารัฐบาล เรามีความเป็นปึกแผ่น มีความสามัคคีกัน และเสียงที่สนับสนุน ก็ต่างจากรัฐบาลครั้งที่แล้วในชุดแรกๆ ครั้งนี้เรามีเสียง 300 กว่าเสียง ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีความมั่นคง เเต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำมากกว่าความมั่นคงนั้น คือความเชื่อมั่นของประชาชน การที่ต้องทำงานหนัก ต้องพิสูจน์ว่ารัฐบาลได้แก้ปัญหาของประชาชน




