วันที่ 30 มีนาคม 2566 ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า จากสถานการณ์ไฟป่าขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ คือพื้นที่จังหวัดนครนายก และ เชียงราย รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างสูงสุด และได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ โดยที่ประชุมเห็นควรให้ข้อมูลประชาชนถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ และข้อเสนอแนะต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับมือ
ปลอดประสพ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับมือสถานการณ์ทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว ดังนี้ 1.ข้อเท็จจริงคือขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าขณะนี้ รุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี สาเหตุเพราะเชื้อเพลิงถูกสะสมมานาน ไม่มีการจัดการ ซึ่งไฟป่าขนาดใหญ่ จะอุณหภูมิจะสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียล อากาศจะระเบิดและไฟจะไปไกลถึงเมือง หากปล่อยไปจะดับไฟไม่ได้เลย ต้องรอฝนเท่านั้นและสถานการณ์ไฟป่านี้จะเป็นเหตุให้ PM 2.5 เพิ่มขึ้นเท่าตัว
2.ข้อเสนอแนะภาครัฐจะต้องเร่งจัดตั้งสถาปนาสำนักดับไฟป่าในกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ จะต้องมีการจัดตั้งอาสาสมัครไฟป่าประจำหมู่บ้านริมเขา มีงบประมาณหรือกองทุนไฟป่าสนับสนุน มีการทำประกันชีวิตให้เจ้าหน้าที่ไฟป่า มีการจัดตั้งคลังเครื่องมือ (Depo) ในพื้นที่เสี่ยงภัย สร้างถังน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงภัย
โดยในส่วนของกำลังพลนั้น สามารถใช้กำลังทหารเข้าเผชิญไฟป่าช่วย และควรจัดทำที่จอดเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่สูง เพื่อใช้ในการเข้าถึงพื้นที่ไฟ และในอนาคตต้องจัดทำ Green Belt (ป่าไม่ผลัดใบ) เป็นแนวกันไฟ
“ในสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ควรให้ผู้ตรวจราชการสำนักงานนายกรัฐมนตรี (C11) ไปประจำพื้นที่ไฟ เพื่อการประสานงานบัญชาการแก้ไขปัญหา พรรคเพื่อไทยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้แก้ไขปัญหาได้อย่างลุล่วงปลอดภัยทุกคน” ปลอดประสพ กล่าว
ปลอดประสพ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับมือสถานการณ์ทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว ดังนี้ 1.ข้อเท็จจริงคือขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าขณะนี้ รุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี สาเหตุเพราะเชื้อเพลิงถูกสะสมมานาน ไม่มีการจัดการ ซึ่งไฟป่าขนาดใหญ่ จะอุณหภูมิจะสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียล อากาศจะระเบิดและไฟจะไปไกลถึงเมือง หากปล่อยไปจะดับไฟไม่ได้เลย ต้องรอฝนเท่านั้นและสถานการณ์ไฟป่านี้จะเป็นเหตุให้ PM 2.5 เพิ่มขึ้นเท่าตัว
2.ข้อเสนอแนะภาครัฐจะต้องเร่งจัดตั้งสถาปนาสำนักดับไฟป่าในกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ จะต้องมีการจัดตั้งอาสาสมัครไฟป่าประจำหมู่บ้านริมเขา มีงบประมาณหรือกองทุนไฟป่าสนับสนุน มีการทำประกันชีวิตให้เจ้าหน้าที่ไฟป่า มีการจัดตั้งคลังเครื่องมือ (Depo) ในพื้นที่เสี่ยงภัย สร้างถังน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงภัย
โดยในส่วนของกำลังพลนั้น สามารถใช้กำลังทหารเข้าเผชิญไฟป่าช่วย และควรจัดทำที่จอดเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่สูง เพื่อใช้ในการเข้าถึงพื้นที่ไฟ และในอนาคตต้องจัดทำ Green Belt (ป่าไม่ผลัดใบ) เป็นแนวกันไฟ
“ในสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ควรให้ผู้ตรวจราชการสำนักงานนายกรัฐมนตรี (C11) ไปประจำพื้นที่ไฟ เพื่อการประสานงานบัญชาการแก้ไขปัญหา พรรคเพื่อไทยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้แก้ไขปัญหาได้อย่างลุล่วงปลอดภัยทุกคน” ปลอดประสพ กล่าว




