ปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล แถลงความคืบหน้ากรณีตลาดนัดสัญจรที่มีการพนันอยู่เบื้องหลัง ในพื้นที่เขตบางนา ว่า เรื่องนี้เป็นมากกว่าการพนัน แต่เป็นขบวนการต้มตุ๋นประชาชนที่อาศัยพื้นที่ในตลาดดังกล่าว เพื่อหลอกลวงทรัพย์สินจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ต่อเนื่องหลายเดือนติดต่อกัน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ทราบดีว่า ทุกๆ เดือน บ่อนเหล่านี้จะมาตลาดเดือนละ 10 วัน และเวียนไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เขตบางนา เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตอื่นๆ รวมถึงปริมณฑลด้วย ดังนั้น ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยในเขตบางนาเท่านั้น และจะต้องมีผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีสีอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
“เนื่องจากเราได้ติดตามและร้องเรียนกับทุกหน่วยงานของรัฐ เริ่มจากสำนักงานเขตบางนา โดยผมทำหนังสือร้องเรียนไปเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งทางสำนักงานเขตฯ ตอบกลับมาว่า ตลาดกำลังขออนุญาตแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต จึงขอตั้งคำถามว่า 1. ตลาดเปิดได้อย่างไร 2. สำนักงานเขตฯ ชี้แจงว่า ได้มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว แต่เมื่อดูในเอกสาร เป็นเอกสารที่ปรับแค่เรื่องการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ไม่ได้ปรับตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สาธารณะว่าด้วยเรื่องตลาด และข้อบัญญัติของกรุงเทพฯ ว่าด้วยเรื่องการอนุญาตตั้งตลาด”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมการปกครอง จนขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา และยังไม่ได้รับคำรับรองว่าจะดำเนินการอย่างไรจากกระทรวงมหาดไทย จึงไปตั้งคำถามในสภาฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา คิดว่าเรื่องที่จะได้รับการแก้ไข แต่ปรากฏว่าได้มีการตั้งตลาดอีกครั้งในวันที่ 13 ตุลาคม ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 ตุลาคม โดยประชาชนได้มีการร้องเรียนมายังตนเอง ประชาชนรายที่เสียหายหนักที่สุด เป็นเงินมากถึง 3 แสนกว่าบาท
“ผมก็ถูกตราหน้าว่า สส.มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เพราะร้องเรียนไปหลายครั้งแล้วก็ไม่ได้รับการแก้ไข จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ผมต้องไปยืนเตือนประชาชนที่จะเข้าไปใช้พื้นที่ตลาด จึงเป็นประเด็นที่ต้องมาถกเถียงกันในวันนี้”

จวก ‘กทม.’ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่? ปมปล่อยตลาดนัดเถื่อนซุกพนัน แซะ ‘ตำรวจ’ ไม่อยากตรวจเจอก็บันดาลว่าไม่เจอได้
ปิยรัฐ ได้ชี้แจงเพิ่มเติม 2 ประเด็น ประเด็นแรก ตลาดที่เกิดเหตุไม่ได้มีการจัดในรูปแบบทั่วไป เนื่องจากมีกฎหมายระบุว่า ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขฯ ซึ่งการตั้งตลาดนัดจะต้องมีการอนุญาตจากท้องถิ่น ถึงจะสามารถจัดตั้งได้ ดังนั้น เมื่อทาง กทม.ไม่ได้อนุญาต แล้วมีการจัดตั้งตลาดได้อย่างไร ล่าสุด ทาง กทม.ได้ออกมาแถลงว่า ไม่ได้มีการปรับในรอบล่าสุด เพราะตลาดขออนุญาตอย่างถูกต้องในปี 2564 จึงตั้งคำถามว่า ใครเป็นคนขออนุญาต และขอตั้งแต่เมื่อไหร่ รูปแบบผังเป็นอย่างไร เรื่องนี้ เป็นข้อผิดพลาดของ กทม.หรือไม่ เป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ส่วนประเด็นที่สอง ตลาดลักษณะนี้ไม่ได้เป็นไปตามผังตลาดอย่างแน่นอน เนื่องจากการทำตลาดนัดต้องมีผังชัดเจน ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อาศัยข้างเคียง ซึ่งตลาดดังกล่าวกระทบแน่นอน ทั้งเสียง, การจราจร นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยยืนยันว่า ตลาดล่าสุดที่เกิดขึ้นซึ่งใช้พื้นที่เอกชน ไม่ได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สำนักงานเขตฯ ต้องชี้แจงเรื่องนี้ หลังออกมาแถลงว่าไม่มีการปรับรอบนี้ ตนเองถือว่ารอบนี้มีปัญหา
“ส่วน สน.และตำรวจจะอ้างว่า ไม่พบการพนันที่เกิดขึ้นหลังตรวจสอบแล้ว ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ ตำรวจมักจะไม่เจออะไรในสิ่งที่ตำรวจไม่อยากเจอ นี่คือข้อเท็จจริง เมื่อตำรวจไม่อยากเจอ เขาก็สามารถบันดาลว่าไม่เจอได้ ขอความเห็นใจจากประชาชนเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และฝากว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ของท่านหลายพื้นที่ อยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเห็นความสำคัญในเรื่องนี้หรือไม่”

โวยร้องเรียนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการจริงจัง เตรียมตั้งกระทู้ถาม ‘รมว.มหาดไทย’ ยินดีคุย ‘ชาดา’ สางปัญหา
เมื่อถามถึงมูลค่าความเสียหายที่รวบรวมได้ขนาดนี้ มีมูลค่าเท่าไหร่ ปิยรัฐ กล่าวว่า ที่มีการร้องเรียนมาถึงตนเองรวมๆ ก็เกือบล้าน รายเดียวก็ 3 แสนกว่า และรายอื่นๆคนละ 2-5 หมื่นบาท ทั้งนี้ จะเป็นคดีความหรือไม่ต้องแล้วแต่ความสะดวกผู้ร้องทุกข์ เนื่องจากรู้ว่านี่คือกลุ่มผู้มีอิทธิพล
“ผมคงไม่สามารถไประบุชัดเจนว่า เป็นบุคคลใด หรือสีไหน เพียงแต่ว่าหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานที่ผมไปร้องเรียนและดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขต สถานีตำรวจ ก็ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง แม้เราจะมีความพยายามแล้ว โดยเฉพาะตนได้มีการตั้งคำถามหารือผ่านประธานสภาไปตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. ยังปล่อยให้มีลักษณะนี้อีก ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ยิ่งใหญ่จะเป็นใคร และจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน”
ปิยรัฐ เปิดเผยด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ (19 ต.ค.) จะตั้งกระทู้ถามสด รมว.มหาดไทย และหวังว่ารัฐมนตรีฯ จะเข้ามาตอบกระทู้ถามสดนี้ของตนเอง เกี่ยวกับประเด็นนี้
เมื่อถามว่าจะไปพูดคุยกับ ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย หรือไม่ หลัง รมช.มหาดไทย ระบุว่าหากมีเบาะแสหรือหลักฐาน ก็ยินดีที่จะรับเรื่องไว้ โดยประเด็นนี้ ปิยรัฐ บอกว่า ส่งเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่ง ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งหาก ชาดา ต้องการเพิ่มเติม ก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่มีที่เขตบางนาเท่านั้น
“ดังนั้น ในฐานะที่ผมเป็นโฆษกและกรรมาธิการความมั่นคงฯ เรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง ซึ่งจะนำเข้าหารือในที่ประชุม กมธ.ในวันพรุ่งนี้ด้วย”




