ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการขยายผลกวาดล้างปืนเถื่อน ที่ขายอย่างแพร่หลายผ่านโลกออนไลน์ หลังพบว่า เป็นต้นตอที่เยาวชนวัย 14 ปี ซื้อนำมาก่อเหตุระทึกขวัญกลางห้างดัง ซึ่งอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นแบบ “แบลงค์กัน” (Blank Guns) ที่สั่งซื้อทางออนไลน์ ราคากระบอกละ 16,000 บาท
ทางตำรวจ สน.ยานนาวา ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ จับกุม 3 บุคคล ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว โดยสืบทราบว่า บุคคลทั้ง 3 ราย เป็นผู้ที่จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนให้กับผู้ก่อเหตุ, ผู้กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม และผู้ดัดแปลงอาวุธปืน
กระทั่งสามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 2 ราย คือ สุวรรณหงส์ พราหมร์คณาจารย์ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จ.932/66 ลงวันที่ 4 ต.ค. 2566 และ อัครวิชญ์ ใจทอง อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จ.933/66 ลงวันที่ 4 ต.ค. 2566 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมของกลาง อาทิ ลูกกระสุนแบลงค์กัน 209 นัด ท่อเหล็กตัดท่อน (ลำกล้องปืน) 33 ท่อน สมุดบัญชี 2 เล่ม แม็กกาซีนปืน 9 อัน และอุปกรณ์ดัดแปลงอาวุธปืนอื่นๆ รวม 27 รายการ
โดยทั้งสองถูกจับกุมได้ในพื้นที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนถูกนำตัวเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม พบเส้นทางการเงิน มีการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ยะลา
ต่อมา ตำรวจนครบาล (บช.น.) นำหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าจับกุม ปิยะบุตร อายุ 31 ปี ในพื้นที่เขตบางคอแหลม พร้อมของกลางอาวุธปืนแบลงค์กัน (Blank Guns) 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โดยบุคคลดังกล่าวมีความเชื่องโยงกับเหตุกราดยิง ด้วยการขายกระสุนปืนและแม็กกาซีนบรรจุกระสุนให้กับผู้ก่อเหตุ จากนั้น ได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักย่านดอนเมือง
เบื้องต้น เจ้าตัวให้การว่า เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เพราะมีเครดิตดี อยู่ในกลุ่มเคยสั่งของมาใช้เองแล้วได้ของจริง




