คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เสนอ ครม.เพื่อให้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 5 วรรค 1 และมาตรา 142
สาระสำคัญคือ อุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มสุราและขับขี่รถ เดิมการตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องใช้วิธีการเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ แต่หากต้องมีการตรวจเลือดต้องให้ผู้ขับขี่ให้การยินยอม โดยร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว จึงได้เปลี่ยนหลักการใหม่ ที่มีการสอบถามหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม ได้เปลี่ยนวิธีการตรวจวัดจากลมหายใจโดยวิธีการเป่า และตรวจเลือด ที่ต้องได้รับการยินยอม โดยเพิ่มวิธีการตรวจวัดของเสียจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ
ทั้งนี้ กรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นและมีพฤติการณ์ที่เชื่อว่าผู้ขับขี่อาจจะเมาสุราและไม่ให้ความยินยอมที่จะตรวจ ซึ่งพนักงานไม่มีอำนาจในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ เนื่องจากต้องได้รับความยินยอม จึงเข้าข้อสันนิษฐานที่พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินคดี โดยพนักงานสอบสวนจะต้องรีบส่งผู้ขับขี่ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจพิสูจน์แอลกอฮอล์ในร่างกายภายใน 3 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งเหตุ
ส่วนปริมาณแอลกอฮอล์ที่ถือว่ามีความผิด ยังคงเดิมคือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดย ครม.เห็นชอบ และจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีการตรวจสอบต่อไป




