หลังวานนี้ (2 ก.ค.) นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และลูกน้อง ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการเปิดเว็บพนันและฟอกเงิน ตอนนี้อยู่ระหว่างรอสำนวนจาก สน.เตาปูน ส่งมาก่อน เมื่อสำนวนครบถ้วนแล้วจะเริ่มทำพร้อมกันทันที
ล่าสุดวันนี้ (3 ก.ค.) มีความเคลื่อนไหวจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ได้เดินทางมายื่นหลักฐานชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว พร้อมกับยื่นกล่าวหา นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กรณีแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยมิชอบ
ยื่นหลักฐานสู้ปมฟอกเงินเว็บพนัน ย้ำตัวเองยังป็นผู้บริสุทธิ์
ไล่เลียงกันไปทีละประเด็น ประเด็นแรก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า หลักฐานที่นำมายื่นแก้ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. วันนี้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และในทุกๆ เรื่องที่ถูกกล่าวหา แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะเป็นเนื้อหาในคดี และยังมีเวลาให้ต่อสู้ตามขั้นตอน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้ำว่าตอนนี้ตัวเองยังเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะคดีเกี่ยวกับการทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่ออยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. และคดียังไม่สิ้นสุด ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าคดีอยู่ในความดูแลของตำรวจจะมีสถานะเป็นผู้ต้องหา แต่วันนี้ สน.เตาปูน ได้คืนเงินประกันให้ผมแล้ว เพราะฉะนั้นสิทธิ์ในการควบคุมตัวต่างๆ ถือว่าจบแล้ว
ส่วนข้อสงสัยเรื่องสำนวนที่ ป.ป.ช. ยังรอ สน.เตาปูน ส่งกลับมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อธิบายว่า สำนวนคดีในส่วนของตัวเอง พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ได้ส่งสำนวนมาให้ ป.ป.ช. แล้ว แต่ยังเหลือในส่วนของลูกน้องทั้ง 8 คน ที่ต้องรอให้ สน.เตาปูน ส่งสำนวนกลับมาที่ ป.ป.ช. ก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ สน.เตาปูน ได้ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง แต่สุดท้ายอัยการได้ส่งสำนวนกลับมาให้ สน.เตาปูน เพราะพิจารณาแล้วว่าไม่มีอำนาจในการพิจารณา เนื่องจากคดีเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ดังนั้น สน.เตาปูน ต้องส่งสำนวนดังกล่าวกลับไปที่ ป.ป.ช.
“เมื่อพนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง แล้วส่งไปให้อัยการ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอัยการไม่มีอำนาจ แต่พนักงานสอบสวนพยามจะทำเองให้ได้ สั่งคดีเองให้ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ ใครทำอะไร ก็ต้องรับกรรมนั้น ”
— พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
อีกทั้งตามกฎหมาย ป.ป.ช. ได้เขียนไว้ว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น แล้วส่งให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน โดยที่พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจในการออกหมายเรียก หรือหมายจับ แต่คดีนี้ สน.เตาปูน ใช้เวลาถึง 4 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เคยยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบเอาผิด พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยการสอบสวนมิชอบ ไปแล้ว
ยื่น ป.ป.ช. กล่าวหา ‘นายกฯ’ ผิด ม.157 กรณีแต่งตั้ง ‘บิ๊กต่อ’ นั่ง ‘ผบ.ตร.’ มิชอบ
ส่วนเรื่องที่สอง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นกล่าวหา นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในความผิดตามมาตรา 157 กรณีแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมิชอบ อีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยถอนคำร้องไป เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เห็นว่าเป็นการกล่าวหาซ้ำซ้อนกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ยื่นฟ้องนายกฯ ในทำนองเดียวกันจึงได้ถอนคำร้องออกไป
แต่เมื่อไม่นานมานี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำให้ทราบว่าได้มีการถอนคำร้องดังกล่าวออกไป จึงจำเป็นต้องมายื่นข้อกล่าวหานายกฯ ใหม่ ในฐานะพยานผู้เสียหาย เพราะเกรงว่าคดีจะเงียบ ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถอนคำร้องเพราะเหตุใดนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขอไม่ก้าวล่วง แต่ทราบว่าในช่วงที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังไม่ถอนคำร้อง มีตัวแทนกฤษฎีกา และ ก.ตร.บางท่าน เข้าให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช. แล้ว ดังนั้นแม้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะถอนคำร้องไปแล้ว แต่การทำงานของ ป.ป.ช. จะยังคงดำเนินต่อไป
“ผมทราบว่าพลตำรวจเอกเสรี ท่านถอนคำร้องออกไป ถอนคำร้องออกไปก็ไม่มีผู้เสียหาย มันก็ไม่มีใครติดตามคดี วันนี้ผมก็เลยมายื่นกล่าวหานายกรัฐมนตรี ในความผิด ม. 157 ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีแต่งตั้ง ผบ.ตร. ที่ผ่านมาไม่ชอบ เพราะการแต่งตั้ง ผบ.ตร. มีสองหลักเกณฑ์ เรื่องแรกความอาวุโส สองประสบการณ์ความรู้และความสามารถ”
— พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้ำว่า การที่นายกรัฐมนตรีไม่ยกมือ ไม่ได้หมายความว่าความผิดไม่เกิด เพราะว่าท่านเป็นผู้เสนอชื่อ เมื่อถามว่าจะถอนฟ้องนายกฯ อีกหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อธิบายว่าเรื่องนี้เป็นความผิดอาญา แผ่นดิน ยอมความไม่ได้ และการเคลื่อนไหวของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่การท้ารบใคร เพียงแค่ต้องการรักษาสิทธิของตัวเอง ย้ำไม่ใช่การไล่เช็กบิลใคร
“ เมื่อกฎหมายเขียนไว้แบบนี้เราเป็นตำรวจ เราเป็นผู้รักษากฎหมาย เราจะไปทำผิดกฎหมายเองไม่ได้ อย่าลืมว่าที่ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้โกรธเป็นการส่วนตัว ผมกล่าวหาในตำแหน่งที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ”
— พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
ส่วนการที่มายื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอำนาจในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนถัดไปจะทำให้ตัวเองไม่ไม่มีแสงสว่างที่จะขึ้นสู่ ผบ.ตร. หรือไม่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หัวเราะพร้อมบอกว่า ไม่ใช่ไม่มีแสงสว่างแต่ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย เมื่อท่านทำผิดกฎหมายผมก็ต้องมายื่นกล่าวหา ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปแก้กฎหมายใหม่ว่าไม่ยึดหลักอาวุโส และความรู้ความสามารถ เเต่เป็นบุคคลที่ไว้วางใจและสนองงานรัฐบาลได้ อย่างที่ นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ไว้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้ำว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเอาผิดนายกรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ รวมถึงกูรูกฎหมายที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเพิ่มเติม ย้ำถ้ายึดตามลำดับอาวุโสปัญหาการช่วงชิงมันก็จะไม่เกิด
“เมื่อนายกรัฐมนตรีไปหาหรือแล้วท่านต้องดำเนินการไม่ใช่ลอยตัว เหมือนอย่างที่ท่านบอกว่าจะให้ความยุติธรรม แต่ผมก็เรียนว่ามันเป็นแค่วาทะกรรม มันเป็นแค่วลี”
— พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว




