กรณี ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. และ นิภาพรรณ สุขวิมล ภรรยา ว่าจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เป็นบ้านหรูในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ (8 พ.ย.) มีรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ทำหนังสือชี้แจงต่อ ป.ป.ช. กรณีบ้านที่อังกฤษว่า เมื่อช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังตัวเองถูกแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกับภรรยา ว่าจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ขณะดำรงตำแหน่งรอง ผบช.สอบสวนกลาง
ส่วนสาเหตุที่ ภรรยา (นิภาพรรณ) ไม่แจ้งเรื่องบ้านดังกล่าว เพราะสำคัญผิดและเข้าใจเองว่าเมื่อยื่นบัญชีทรัพย์สินฯแล้ว โดยมีสัญญากู้เงิน เมื่อ 25 พฤษภาคม 2559 ระหว่างนิภาวรรณและนางสาว ว. (ผู้ให้กู้) จำนวน 20 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการโอนเงินส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. แล้ว นิภาพรรณจึงเข้าใจเองว่า เมื่อแจ้งข้อมูลส่วนนี้แล้วก็ไม่ต้องชี้แจงบ้านพักหลังดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินฯ เพราะเงินกู้ดังกล่าวนำไปซื้อบ้านหลังนี้ และหาก ป.ป.ช. สงสัยกรณีนี้สามารถสอบถามได้ ยืนยันไม่มีพฤติกรรมจงใจปกปิดว่ามีบ้านหลังนี้
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ชี้แจงอีกว่า ช่วงยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ครั้งแรก ไม่ทราบว่าภรรยาได้ตกลงร่วมหุ้นกับนางสาว ว. เพราะตนมอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชารวบรวมข้อมูลของตนและภรรยาในการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อป.ป.ช. และยังกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาแจ้งนิภาพรรณว่า ให้ระบุข้อมูลตามความเป็นจริงไม่ต้องปกปิดใดๆ ทั้งสิ้น และนิภาพรรณส่งเอกสารกู้เงินกับนางสาว ว. ประกอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ โดยไม่แจ้งให้ตนทราบว่าเป็นการร่วมลงทุนของทั้งสองคน
ทั้งนี้ ตนเข้าใจเองว่าภรรยากู้เงินนางสาว ว. ไปซื้อบ้านหลังนี้ เพราะภรรยาเล่าให้ฟังว่าเงินซื้อบ้านหลังนี้เป็นของนาวสาว ว. แต่ไม่ทราบนิติสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย และไม่ติดใจเพราะนางสาว ว. มีฐานะดี และสนิทกับครอบครัวของตน เพราะเป็นเพื่อนสนิทของนางนิภาพรรณหลายสิบปี
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ อ้างด้วยว่า ทราบว่าทั้งภรรยาและนางสาว ว. มีการทำสัญญาเงินกู้ โดยไม่ได้ระบุในช่อง โดยความยินยอมของ...คู่สมรส และตนไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่องนี้เพื่อเป็นพยาน จึงยื่นหลักฐานหนี้สินเป็นหนังสือจำนวน 20 ล้านบาทต่อ ป.ป.ช. และมาทราบภายหลังว่าภรรยา และนางสาว ว. ไปชี้แจงกับทาง ป.ป.ช. ถึงสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ว่าเป็นการร่วมลงทุนซื้อบ้าน และกฎหมายไม่ได้ระบุว่าการร่วมลงทุนกันต้องทำตามรูปแบบใดหรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ตนทราบว่านางสาว ว. เป็นฝ่ายลงทุน 20 ล้านบาท จากนั้นโอนเงินให้ภรรยาสองครั้งในช่วงปี 2559 ครั้งแรก 10 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 7 ล้านบาท มีหลักฐานการโอนเงินยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้ว ภรรยาจึงโอนเงินจำนวนนี้ให้ทนายความชาวอังกฤษดำเนินการซื้อบ้านหลังนี้ ส่วนเงินอีก 3 ล้านบาท นางสาว ว. ทยอยให้เพื่อเป็นค่าตกแต่งบ้าน
“นางนิภาพรรณเป็นฝ่ายลงแรงในการติดต่อซื้อบ้านหลังนี้กับผู้ขายและทนายความชาวอังกฤษและติดต่อนายหน้าประกาศขายบ้าน โดยนางนิภาพรรณ และนางสาว ว. ตกลงกันว่าหากขายได้ กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง”
— เนื้อหาบางช่วงในหนังสือชี้แจงของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และยังมีการยื่นรายชื่อพยานให้ ป.ป.ช. เรียกมาให้ข้อมูลด้วย
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ชี้แจงอีกว่า ช่วงเดือนมิถุนายน 2563 หลังยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ไปแล้วประมาณ 5 เดือนกว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. คนหนึ่งติดต่อภรรยาและนางสาว ว. เข้าให้ถ้อยคำประเด็นสัญญากู้ยืมเงิน และไม่ได้แจ้งว่าต้องไปให้ถ้อยคำเกี่ยวกับบ้านหลังดังกล่าวแต่อย่างใด โดยวันที่17 มิถุนายน 2563 ภรรยาและนางสาว ว. ได้พบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. 5 คน ที่ร่วมคณะตรวจสอบทรัพย์สินของ ป.ป.ช. โดยไม่ได้นำทนายความไปด้วย
โดยให้การว่า ตอนนั้นภรรยาจำเป็นต้องมีกระแสเงินสดในการทำธุรกิจ จึงไม่สามารถกู้เงินสถาบันการเงินในประเทศได้ จึงตกลงกู้เงินนางสาว ว. และภรรยาได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและมอบโฉนดที่ดินคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน กทม. ให้นางสาว ว. เป็นหลักประกันเงินกู้และเป็นหลักฐาน และตกลงกันว่ามอบให้นิภาพรรณเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์บ้านที่อังกฤษ และหากขายได้จะแบ่งกำไรคนละครึ่ง และยังแสดงสัญญากู้ยืมเงิน สำเนาหนังสือเดินทาง หนังสือรับรองรายงานการเดินบัญชีของธนาคาร เอกสารการซื้อขายบ้าน ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านแล้ว และวันนั้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทั้ง 5 คน ไม่ได้แจ้งและบันทึก รวมทั้งขอดูภาพถ่ายบ้านหลังดังกล่าวเพิ่มเติมจากนิภาพรรณแต่อย่างใด
“ในวันนั้น นางนิภาพรรณและนางสาว ว. ถามย้ำอีกครั้งว่า ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯเกี่ยวกับบ้านหลังนี้เพิ่มเติมหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. คนหนึ่งแจ้งว่าไม่ต้องยื่นเพิ่มเติม ให้ยื่นอีกครั้งในกรณีที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ดำรงตำแหน่งครบสามปี หรือ 1 ต.ค. 65 โดยที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่เหลืออีก 4 คน ไม่ได้ท้วงติงหรือคัดค้าน กรณีนี้ถือว่าเป็นมติเห็นชอบร่วมกันของคณะตรวจสอบทรัพย์สิน ของป.ป.ช.”
— เนื้อหาบางช่วงในหนังสือชี้แจงของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ อ้างในหนังสือชี้แจง พร้อมกับระบุด้วยว่า เห็นได้ชัดว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ ปรากฏต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.แล้ว แม้ตนจะไม่ได้ยื่นในรายการนี้ในช่วงนั้นก็ตาม เพราะถือได้ว่า ป.ป.ช. ทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2563 ว่านิภาพรรณมีบ้านหลังนี้ จึงไม่อาจถือได้ว่าคู่สมรสของตนปกปิด ซุกบ้านหลังดังกล่าวไว้อย่างแน่นอน หากมีเจตนาเช่นนั้นนิภาพรรณคงไม่แสดงสัญญาเงินกู้ 20 ล้านบาทไว้ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ในปี 2562 เพื่อให้เกิดข้อสงสัยแก่ ป.ป.ช.อย่างแน่นอน
และก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2559 นิภาพรรณแสดงตนเปิดเผยกับสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีบ้านพักในอังกฤษ คงมีเพียงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไม่รู้ และกล่าวอ้างว่านิภาพรรณปกปิดเเละเพิ่งตรวจพบเองในภายหลัง
“ข้าพเจ้า นางนิภาพรรณ และนางสาว ว. ยินดีให้ความร่วมมือกับคณะตรวจสอบทรัพย์สินด้วยดีมาโดยตลอด แต่ในส่วนของข้าพเจ้า คณะตรวจสอบทรัพย์สินกลับไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนถูกแจ้งข้อกล่าวหา ด้วยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลที่ชี้แจง จึงขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่ได้ทำผิด”
— เนื้อหาบางช่วงในหนังสือชี้แจงของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์




