‘ประเสริฐ’ แจงชะลอ ‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’ เหตุถูกแย้งเปลี่ยนเป็น ‘พ.ร.บ.’ ลั่นจบใน ม.ค.นี้แน่

14 ม.ค. 2568 - 13:59

  • ‘ประเสริฐ’ ชี้แจงชะลอ ‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’ หลังถูกแย้งเปลี่ยนให้ออกเป็น พ.ร.บ. จ่อชงเข้า ครม.ซํ้า 28 ม.ค. ลั่นจบเดือนนี้แน่

  • เผย ครม.ให้ ‘ดีอี-มท.-กฤษฎีกา’ ดู ‘กม.รอง’ รับพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย

  • เตรียมเรียก OPPO-Realme มาเเจงเพิ่ม หลังคุยไม่เคลียร์

Prasert_explains_legal_online_gambling_issues_Cyber_Decree_SPACEBAR_Hero_19a51e571c.jpg

ทำเนียบรัฐบาล (14 มกราคม 2568) ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ไซเบอร์ ว่า กระทรวงดีอีได้เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มกราคมแล้ว แต่เนื่องจากมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้ขอนำมาดูใหม่ เนื่องจากมีประเด็นข้อกฎหมายหลายอย่าง จึงเห็นว่าถ้าเป็นประโยชน์และมีความรอบคอบยิ่งขึ้น ก็พร้อมชะลอไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นไหนที่มีการทักท้วง ประเสริฐ กล่าวว่า เขาแย้งถึงเหตุผลความจำเป็นในการออกเป็น พ.ร.ก. ซึ่งเรามองว่ามีความจำเป็น เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน วันนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว หากไม่รีบแก้ไข ความเสียหายจะบานปลาย ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น กระทรวงมองเป็นเรื่องเร่งด่วน

เมื่อถามว่า หน่วยงานไหนที่มองว่า ควรออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประเสริฐ กล่าวว่า ขอใช้คำว่าเป็นทีมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเขาเห็นว่าบางอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว ทําไมไม่ออกเป็น พ.ร.บ. แต่เราเห็นว่าการออกเป็น พ.ร.บ. จะใช้เวลานาน 

เมื่อถามว่า หมายความว่าทีมกฎหมายเหล่านี้ ไม่มองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนใช่หรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า เขาไม่มองถึงขนาดนั้น แต่เขาถามเราว่า มีความเร่งด่วนขนาดนั้นหรือไม่ เพราะมีหน่วยงานอื่นทำอยู่แล้ว ตนจึงตอบไปว่า ที่ตัดสินใจออกเป็น พ.ร.ก. เพราะมองเป็นเรื่องเร่งด่วน และการประสานงานบางเรื่อง ทำไประยะหนึ่งแล้ว แต่ผลยังไม่ออกเป็นที่ทันการ จึงคิดว่าหากออกเป็น พ.ร.ก. ก็จะเป็นผลให้บังคับใช้เลย แต่หากเป็น พ.ร.บ. ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน จึงตัดสินใจออกเป็น พ.ร.ก.

“คาดว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ จะเข้า ครม.อีกครั้ง ในวันที่ 28 มกราคม เนื่องจากสัปดาห์หน้า ตนและนายกรัฐมนตรีต้องเดินทางไปเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คิดว่าภายในเดือนนี้น่าจะจบ”

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

เตรียมเรียก OPPO-Realme เเจงเพิ่ม-คุยหน่วยงานเกี่ยวข้อง เเจ้งต้นทางฝังแอพเงินกู้ผิดปกติ

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกบริษัท OPPO-Realme ที่ปรากฏแอพพลิเคชั่นกู้เงิน ซึ่งยังเหลืออีกหนึ่งบริษัทที่ยังไม่มีความชัดเจนในการถอนแอพพลิเคชั่นออกจากโทรศัพท์

ประเสริฐ กล่าวว่า เหมือนกับการชี้แจงของเขายังตอบไม่เคลียร์ ซึ่งตนจะเรียก กสทช. เข้ามา เพื่อสอบถามดูว่ามีประเด็นไหนที่ยังค้าง ขณะที่ สคบ. ก็ได้เรียกให้ทั้งสองบริษัทเข้ามาชี้แจง

เมื่อถามว่าวันนี้เริ่มมีผู้เสียหายออกมาเปิดตัวเยอะมากขึ้น เปรียบเสมือนการเป็นหนี้นอกระบบ มีการดึงเอาข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ไปใช้ ประเสริฐ กล่าวว่า โทรศัพท์มือถือเวลาเข้าแอพพลิเคชั่นต่างๆ จะถามว่า อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลรายชื่อหรือไม่ ให้เข้าถึงข้อมูลด้านไหนหรือไม่ ซึ่งหากเราอนุญาตให้เข้าถึง ระบบก็จะทำการเชื่อมต่อทันที ซึ่งเท่าที่ได้ติดตามดู การเข้าชี้แจงของทั้งสองบริษัทกับ กสทช. ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเคลียร์ต้องมีการมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้แบล็คลิสต์ทั้งสองบริษัทดังกล่าว รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวว่า ต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน ประเด็นคือการลงซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีความชัดเจนที่จะเข้าไปกำกับดูแล

“เพราะฉะนั้นต่อไปนี้จะต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กสทช. ที่เป็น ผู้ควบคุมมาตรฐานสัญญาณโทรศัพท์มือถือและระบบคลื่น ส่วนในมือถือที่มีแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น App Store หรืออะไรที่อยู่ในนั้น ต่อไปนี้ต้องเข้าไปดูแล้วว่า มีอะไรบ้าง ที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย”

เมื่อถามว่า ทั้งสองบริษัทดังกล่าวได้ยอมรับแล้วว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกฝังมาจาก โรงงานที่ผลิตจากประเทศจีน กระทรวงดีอีจะต้องแจ้งไปที่ประเทศต้นทางหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวว่า คงจะต้องแจ้งเขาไป เพราะแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ไม่ใช่แอพพลิเคชั่นพื้นฐานตามปกติ ซึ่งตนขอไปหารือระหว่าง กสทช.และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)

“และนอกจากนี้ตนจะไปดูเรื่องความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่าการ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นดังกล่าว เป็นการรบกวนประชาชนหรือไม่ เพราะในกฎหมายมีระบุไว้หนึ่งข้อที่ว่า ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับทำให้เกิดความไม่สงบ แต่จะขยายผลขนาดไหนขอไปดูข้อกฎหมายก่อน”

“อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบแล้วว่า รูปแบบในโทรศัพท์จะต้องมีข้อกำหนดอย่างไร ให้มีความเหมาะสม ขณะที่การตรวจสอบบริษัทเงินกู้ดังกล่าว ก็จะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นหรือไม่”

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ครม.ให้ ‘ดีอี-มท.-กฤษฎีกา’ ดู กม.รอง-รับพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงดีอี เรื่องการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับพนันออนไลน์ โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวเห็นชอบให้แก้ไขกฎหมายระดับรอง ก่อนที่จะมีการแก้ไขกฎหมายใหญ่ต่อไป สำหรับการแก้กฎหมายระดับรองให้ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงดีอีทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยกฎหมายระดับรอง คือพระราชกฤษฎีกาซึ่งอาจต้องให้ครม.พิจารณา แต่หากเป็นกฎกระทรวงก็ไม่ต้องเข้า ครม. ซึ่งคิดว่าจะใช้เวลา ดำเนินการภายใน 1 เดือน

รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้พนันออนไลน์ เช่น พนันบอลที่คนไทยเล่นกันมากในโลกออนไลน์ หรือการพนันอื่นๆ ที่อยู่ในโลกออนไลน์ทั้งหมด หรือโครงสร้างการพนันที่เป็นระบบดิจิทัล หรือสรุปแล้วเอาของใต้ดินที่เป็นเงินไม่ถูกต้องมาไว้บนดินให้หมด ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้เสียภาษี

เมื่อถามว่า 3 หน่วยงานดำเนินการเรื่องนี้ถือว่าน้อยไปหรือไม่เพราะมีมิติที่กระทบต่อสังคม และต้องรับฟังความเห็นประชาชนด้วยหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เราเข้าใจอยู่ เบื้องต้นแม้จะมี 3 หน่วยงาน แต่หากเกิดผลกระทบในส่วนอื่นๆ ก็สามารถเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมได้อีก ส่วนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนคิดว่าเมื่อครม.เห็นชอบแล้วหน่วยงานต่างๆก็ทำงานได้เลย แต่ถ้าจำเป็นก็ถามได้

เมื่อถามว่า เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมถึงไม่แถลงเป็นมติ ครม. แต่ประชาชนกลับทราบข้อมูลผ่านนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พูดในงานดินเนอร์ทอล์ค เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวว่า เมื่อวาน (13 ม.ค.) ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้บ้าง แต่สังคมไปสนใจเรื่องร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์มากกว่า

เมื่อถามว่า หากกฎหมายเรื่องการพนันออนไลน์มีผลบังคับใช้ ภาครัฐหรือภาคเอกชนจะเป็นเจ้ามือ รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คิดว่าใครจะเป็นเจ้ามือ ขอให้กฎหมายระดับรองออกมาก่อน แต่ในหลักการมีการแก้ไขเรื่องการพนันออนไลน์แล้ว

เมื่อถามว่า ขณะนี้ในส่วนของเจ้ามือมีบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่เตรียมที่จะเข้ามาแล้วหรือยัง รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าวว่า “ยังไม่มี”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์