ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานกันทุกภาคส่วน และให้มีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความร่วมมือในทุกมิติ ทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและปลอดภัย จึงได้เน้นย้ำเรื่องของการบำบัดรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติดให้เพียงพอเหมาะสม
โดยล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าปัจจุบันสามารถตั้งหน่วยบริการศูนย์คัดกรองแล้ว 9,826 แห่งแบ่งเป็นในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข 6,615 แห่ง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 3,184 แห่ง สถานพยาบาลยาเสพติด 1,078 แห่ง บูรณาการโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ครอบคลุมทุกตำบล 8,687 ชุมชน
จัดบริการหอผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติด ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ครอบคลุมทุกจังหวัด และโรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต รวม 5,617 แห่ง จัดตั้งกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดในโรงพยาบาลชุมชนแล้ว 439 แห่ง เพื่อลดความแออัดผู้เข้าบำบัดฟื้นฟู และเพิ่มการเข้าถึงสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพระยะยาวในโรงพยาบาลเฉพาะทาง รองรับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
ทั้งนี้ดำเนินการไปแล้ว 40 แห่ง ใน 25 จังหวัด พร้อมขึ้นทะเบียนศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม 3,132 แห่ง สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทุกจังหวัด 140 แห่ง พร้อมทั้งสร้างมาตรการควบคุม ป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และพัฒนาระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ
“โดยปฏิบัติการทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพอากาศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรมการปกครอง กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ ในนามคณะอนุกรรมการระบบบำบัด ฟื้นฟู ติดตามผู้ติดยาเสพติด” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว
โดยล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าปัจจุบันสามารถตั้งหน่วยบริการศูนย์คัดกรองแล้ว 9,826 แห่งแบ่งเป็นในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข 6,615 แห่ง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 3,184 แห่ง สถานพยาบาลยาเสพติด 1,078 แห่ง บูรณาการโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ครอบคลุมทุกตำบล 8,687 ชุมชน
จัดบริการหอผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติด ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ครอบคลุมทุกจังหวัด และโรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต รวม 5,617 แห่ง จัดตั้งกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดในโรงพยาบาลชุมชนแล้ว 439 แห่ง เพื่อลดความแออัดผู้เข้าบำบัดฟื้นฟู และเพิ่มการเข้าถึงสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพระยะยาวในโรงพยาบาลเฉพาะทาง รองรับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
ทั้งนี้ดำเนินการไปแล้ว 40 แห่ง ใน 25 จังหวัด พร้อมขึ้นทะเบียนศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม 3,132 แห่ง สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทุกจังหวัด 140 แห่ง พร้อมทั้งสร้างมาตรการควบคุม ป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และพัฒนาระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ
“โดยปฏิบัติการทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพอากาศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรมการปกครอง กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ ในนามคณะอนุกรรมการระบบบำบัด ฟื้นฟู ติดตามผู้ติดยาเสพติด” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว



