‘วัคซีนโควิด-19’ ฝีมือคนไทยใกล้สำเร็จ ‘นายกฯ’ ยินดี ย้ำ รบ.พร้อมหนุนทุกการพัฒนาเทคโนโลยี

24 ธ.ค. 2565 - 15:57

  • นายกฯ ยินดี วัคซีนโควิด-19 ฝีมือคนไทย ‘เอชเอ็กซ์พี-จีพีโอแวค’ ใกล้สำเร็จ

  • คาดขึ้นทะเบียนตามแผนในปี 2566 ขอบคุณความร่วมมือทุกฝ่าย

  • ย้ำรัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกการพัฒนาเทคโนโลยีคนไทย

Prayut_welcomes_the_COVID_19_vaccine_made_by_Thai_people_is_close_to_success_SPACEBAR_Hero_28b7cd9a30.jpeg
ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความยินดีหลังจากได้รับทราบรายงานว่าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 เอชเอ็กซ์พี-จีพีโอแวค (HXP-GPOVac) ขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้เข้าใกล้ผลสำเร็จ 

โดยขณะนี้เข้าสู่การทดลองในมนุษย์ หรือการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 แล้ว ซึ่งหากการทดลองในส่วนนี้ประสบความสำเร็จ จะนำไปสู่การดำเนินการตามแผนงานคือ ขึ้นทะเบียนภายในปี 2566 ดำเนินการผลิตและกระจายวัคซีนสู่ประชาชน โดย อภ.จะมีศักยภาพในการผลิตวัคซีนประมาณ 5-10 ล้านโดสต่อปี 

นายกรัฐมนตรีขอบคุณ  อภ. กระทรวงสาธารณสุข และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนที่เป็นอาสาสมัครในการทดสอบทางคลินิกทั้งใน 2 ระยะที่ผ่านมา และระยะที่ 3 ซึ่งกำลังดำเนินการที่โรงพยาบาลนครพนม จำนวน 4,000 คน ที่อาสาสมัครเป็น พี่น้อง อสม. และประชาชนชาวนครพนม 

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันผลักการพัฒนาวัคซีนฝีมือคนไทย และขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างว่าทุกความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย การมีเงินทุน ความรู้ เทคโนโลยี แต่ขาดอาสาสมัครที่เสียสละการทดสอบก็ไม่ทางสำเร็จได้ ทุกฝ่ายต่างมีบทบาทสำคัญ ขณะรัฐบาลเองก็จะทำหน้าที่ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณบุคลากรเพื่อพัฒนาทุกเทคโนโลยีและขีดความสามารถของคนไทย” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว 

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อติดตามการเริ่มการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 ของวัคซีนเอชเอ็กซ์พี-จีพีโอแวค ที่โรงพยาบาลนครพนม  

ได้มีรายงานว่าหากการทดสอบครั้งนี้สำเร็จไปได้ จะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงด้านวัคซีนหากเกิดการระบาดขึ้นอีกในอนาคต 

สำหรับโครงการพัฒนาวัคซีนเอชเอ็กซ์พี-จีพีโอแวค เป็นความร่วมมือของ อภ. กับองค์กรต่างๆ ได้แก่ PATH, Icahn School of Medicine at Mount Sinai (Icahn Mount Sinai) นิวยอร์ค, University of Texas at Austin (UT Austin) ประเทศสหรัฐอเมริกา และโรงงานผู้ผลิตวัคซีนใน 3 ประเทศ คือ บราซิล เวียดนาม และไทย โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ผ่านทางหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์