พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เปิดเผยความคืบหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัย ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.ดำรงศักด์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในคดีที่ ธนัญชัย หมั่นมาก หรือ หน่อง ท่าผา ยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สารวัตรสืบสวน สังกัดกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เสียชีวิต ที่บ้านของ ประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก ใน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2566 ทั้งที่มีตำรวจระดับผู้กำกับการ (ผกก.) และผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุถึง 25 นาย และยังปล่อยให้คนร้ายหนีไปได้ รวมถึงมีการทำลายพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
โดย พล.ต.อ.วิสนุ ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งที่เป็นทางการ แต่ก็ได้สั่งการให้เตรียมการในเบื้องต้นไว้แล้ว โดยในส่วนการสอบสวนคดีอาญา ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้ลงไปควบคุมสั่งการอยู่แล้ว แต่ในส่วนจเรตำรวจก็เป็นเรื่องทางวินัย ซึ่งเตรียมออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการของจเรตำรวจ เข้าไปสอบวินัยตำรวจทั้ง 25 นาย โดยจะมีการประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวนคดีอาญา อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน โดยเฉพาะประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้คนร้ายหลบหนี ปล่อยให้มีการทำลายที่เกิดเหตุ ทำลายพยานวัตถุ ทำลายหลักฐาน ทำลายระบบการบันทึกระบบวงจรปิดในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ จะสาวข้อมูลให้ลึกลงไปด้วยว่า ตำรวจทั้ง 25 นาย มีการประพฤติตนอันไม่สมควรอื่นๆ ที่เอื้อต่อกำนันรายนี้อย่างไร เช่น การเรียกรับส่วย การรับผลประโยชน์ และการเอื้อผู้มีอิทธิพลที่กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นที่มาของการกล้ากำเริบเหิมเกริมก่อเหตุสังหารตำรวจระดับสารวัตร ต่อหน้าตำรวจที่นั่งกันอยู่เต็มงาน แถมยังมีตำรวจผู้ใหญ่ระดับ ผกก.นั่งอยู่ด้วยถึง 3 นาย ในครั้งนี้ โดยไม่มีตำรวจคนใดกล้าจับกุม หรือขัดขวางการหลบหนี ปล่อยให้เพื่อนตำรวจถูกยิงเสียชีวิตคาตา
“ยืนยันได้ว่า จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานไม่มีการละเว้น และความผิดทางวินัยในเรื่องนี้ มีโทษขั้นสูงสุด คือไล่ออกจากราชการ” จเรตำรวจแห่งชาติ ระบุ
โดย พล.ต.อ.วิสนุ ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งที่เป็นทางการ แต่ก็ได้สั่งการให้เตรียมการในเบื้องต้นไว้แล้ว โดยในส่วนการสอบสวนคดีอาญา ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้ลงไปควบคุมสั่งการอยู่แล้ว แต่ในส่วนจเรตำรวจก็เป็นเรื่องทางวินัย ซึ่งเตรียมออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการของจเรตำรวจ เข้าไปสอบวินัยตำรวจทั้ง 25 นาย โดยจะมีการประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวนคดีอาญา อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน โดยเฉพาะประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้คนร้ายหลบหนี ปล่อยให้มีการทำลายที่เกิดเหตุ ทำลายพยานวัตถุ ทำลายหลักฐาน ทำลายระบบการบันทึกระบบวงจรปิดในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ จะสาวข้อมูลให้ลึกลงไปด้วยว่า ตำรวจทั้ง 25 นาย มีการประพฤติตนอันไม่สมควรอื่นๆ ที่เอื้อต่อกำนันรายนี้อย่างไร เช่น การเรียกรับส่วย การรับผลประโยชน์ และการเอื้อผู้มีอิทธิพลที่กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นที่มาของการกล้ากำเริบเหิมเกริมก่อเหตุสังหารตำรวจระดับสารวัตร ต่อหน้าตำรวจที่นั่งกันอยู่เต็มงาน แถมยังมีตำรวจผู้ใหญ่ระดับ ผกก.นั่งอยู่ด้วยถึง 3 นาย ในครั้งนี้ โดยไม่มีตำรวจคนใดกล้าจับกุม หรือขัดขวางการหลบหนี ปล่อยให้เพื่อนตำรวจถูกยิงเสียชีวิตคาตา
“ยืนยันได้ว่า จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานไม่มีการละเว้น และความผิดทางวินัยในเรื่องนี้ มีโทษขั้นสูงสุด คือไล่ออกจากราชการ” จเรตำรวจแห่งชาติ ระบุ



