ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รับทราบและพอใจยอดประมาณการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ช่วงเทศกาลตรุษจีน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นผลจากการยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีนชั่วคราว และรัฐบาลสามารถผลักดันจนเกิดผลสำเร็จในการยกเลิกวีซ่าเป็นการถาวรสำหรับนักท่องเที่ยวไทยและจีน โดยมีผลในวันที่ 1 มีนาคม 2567 นี้
ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่จะเข้ามาในช่วงตรุษจีนนี้ นายกฯ เป็นห่วงการอำนวยการด้านความสะดวก และความปลอดภัย จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ดูแลไม่ให้เกิดความแออัด และใช้เวลารอการตรวจเข้าเมืองนาน ซึ่ง ตม. ต้องเตรียม ระบบ และเจ้าหน้าที่ให้พร้อม การท่าอากาศยานไทย ดูแลบริหารจัดการสนามบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้สะดวก ราบรื่น เช่น การรับกระเป๋า ให้รวดเร็ว ตรงเวลา และถูกต้อง รวมถึงที่สำคัญ ให้ตำรวจดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้นในทุกด้าน และป้องกันมิจฉาชีพทุกรูปแบบด้วย
ท้ายนี้ นายกฯ ขอบคุณคนไทย ที่ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีเสมอมา และร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องจากนี้ไป

‘มท.1’ กำชับ ‘พ่อเมืองทั่วประเทศ’ เข้ม! เตรียมพร้อมป้องกันอันตรายจากไฟไหม้ช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 67
ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2567 ระหว่างวันที่ 8 - 10 ก.พ. 2567 ซึ่งตามประเพณีปฏิบัติของชาวไทยเชื้อสายจีน จะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง จุดประทัดตามศาลเจ้า บ้านเรือน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลดังกล่าวมักมีการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ส่งผลให้ปริมาณการใช้รถใช้ถนนมีมากยิ่งขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับประชาชนทิ้งบ้านเรือนไว้โดยไม่มีผู้ดูแล และขาดความระมัดระวัง อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นประจำทุกปี
รมว.มหาดไทย จึงสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะ ผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ดำเนินการเตรียมความพร้อม โดยกำชับผู้อำนวยการในแต่ละระดับ และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย พร้อมซักซ้อมแนวทางการเผชิญเหตุอัคคีภัย ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชัดเจน
ให้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจรบริเวณสถานที่จัดกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ พื้นที่ริมตลิ่ง ความมั่นคงแข็งแรงของโป๊ะ ท่าเทียบเรือ ความปลอดภัยของเรือโดยสาร ที่มีสภาพเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยได้โดยง่าย และกำหนดมาตรการความปลอดภัยดูแลจำนวนผู้ใช้บริการให้เหมาะสม ไม่แออัดหนาแน่นจนเกินไป และเตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้พร้อมปฏิบัติงาน ตลอด 24 ชั่วโมง

ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ และเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ตรวจตรา อาคารบ้านเรือน พื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ และสถานบริการ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีการจัดงาน และมีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ในการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลดกิจกรรมการเผาทุกชนิดในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และอันตรายจากอัคคีภัยที่มีสาเหตุจากการจุดธูปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง การจุดประทัดตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัย
นอกจากนี้ อนุทิน ยังได้ดำเนินการด้านการเผชิญเหตุ โดยให้จัดชุดเจ้าหน้าที่ และสั่งใช้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เฝ้าระวังสถานที่ และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย ตามหมู่บ้าน/ชุมชน พร้อมทั้งจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เตรียมความพร้อมในพื้นที่หรือชุมชนที่มีความเสี่ยงภัย เพื่อเฝ้าระวังเหตุ และพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที ตลอดจนพื้นที่ที่มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้จัดระเบียบการจราจร และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยบริเวณที่มีประชาชนหนาแน่น
ทั้งนี้ หากเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย หรือสาธารณภัยอื่นที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และรายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบทันที ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง




