ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ (30 พฤศจิกายน 2566) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ต่างจังหวัดติดต่อเป็นเวลาหลายวัน ว่า ได้ทราบถึงปัญหาต่างๆ ซึ่งเราลงพื้นที่ก็อยากจะมารับฟังปัญหา เพื่อที่จะหาทางแก้ไข
อย่างเมื่อวานได้ฟังปัญหาเรื่องของฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งมาจากการเผาป่า และปัญหาใหญ่ทุกปัญหาก็เกิดมาจากการที่เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เกษตรกรที่มีตอข้าวและซังข้าวโพดก็ต้องเผา เพราะเป็นวิธีที่จะกำจัดได้เร็วที่สุด ทำให้ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในเรื่องของ PM2.5
แต่ปีนี้รัฐบาลจะมีการผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเข้าสู่สภาฯ และเมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) ก็ต้องขอบคุณ พล.ต.อ.พัชรวาทวงษ์สุวรรณ รองนายก ฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้มาพบปะพูดคุยกับภาคเอกชน และทุกภาคส่วน พร้อมในการที่จะทำให้ปัญหา PM2.5 ลดลงอย่างมีนัยยะ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เช้าวันนี้ (30 พ.ย.) ก็ได้เจอกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้พูดคุยกันว่าเราจะต้องทำอะไรกันบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเมื่อกลับไปก็ต้องไปพูดคุย โดยเฉพาะฝ่ายทหารที่น่าจะมีส่วนช่วยได้อย่างสูงสุด คาดว่าน่าจะเป็นปลายเดือนมกราคม เข้าสู่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะเข้าสู่ช่วงวิกฤตจริงๆ ตนก็จะมาลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง
“เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) เป็นการคุยกันในเรื่องทฤษฎี แต่การลงมาพื้นที่จริงก็คงจะได้ดูปัญหาในการรับพื้นที่อีกครั้ง ปัญหานี้ต้องหมดไปเพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ก็คืออากาศสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งที่ต้องทำ” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าจะขีดเส้นตายให้กับหน่วยงานในการแก้ปัญหาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องการกำหนดเดทไลน์ แต่เป็นเรื่องที่ใกล้จะเข้าสู่ฤดูไฮซีซั่น ดังนั้นเคพีไอ (KPI) ก็จะต้องลดลงครึ่งหนึ่งคือ 50% เป็นเป้าที่วางไว้ให้กับทุกภาคส่วน
เมื่อถามถึงแนวทางที่จะรับซื้อตอซังข้าวโพด จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา เราก็ต้องไปคุยกับหน่วยงานที่จะต้องมารับซื้อตรงนี้ด้วย ยืนยันพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะลดให้ได้ครึ่งหนึ่งก่อน
เมื่อถามถึงต้นตอที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเผาอ้อยเพื่อป้อนโรงงาน ที่เป็นปัญหามานานแล้วและโรงงานก็มักจะอ้างว่าไม่ได้ให้เผา นายกฯ กล่าวว่า มันมีเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต้องให้หน่วยงานลงพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยต้องพึ่งหน่วยงานความมั่นคงจาก กอ.รมน. ซึ่งก็จะกลับไปพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะต้องพยายามอย่างเต็มที่ ตนเองก็จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองอีกครั้งด้วย และก็จะมีการพูดคุยกับทางโรงงานน้ำตาลอีกทีด้วยเช่นกัน




