นายกฯ กำชับ ปปง.อย่าช้า! เร่งรัดยึดทรัพย์ตัดตอนแหล่งเงินผลิตยาเสพติด

18 ก.ค. 2567 - 15:03

  • ‘นายกฯ’ กำชับ ปปง. เร่งรัดยึดทรัพย์ตัดตอนแหล่งเงินขบวนการค้ายาเสพติด ชี้มีอำนาจพิเศษอยู่แล้ว

  • ขอให้ทำงานแบบล้วงลูกทุกเคส อย่าทำงานแบบไซโลให้มีข้อครหา ปชช.จับตา

  • ย้ำต้องสำเร็จสิ้นไตรมาส 3 วัดผล

Prime_Minister_urged_the_Anti_Corruption_Commission_to_seize_assets_to_stop_drug_trafficking_SPACEBAR_Hero_36880afde4.jpg

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รับฟังการดำเนินงานด้านยาเสพติดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรการ ปปง. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ

นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายและข้อสั่งการตอนหนึ่ง ว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดเป็นสำคัญ ทั้งการฟื้นฟู แก้ไข เยียวยา แต่ที่เรามาวันนี้ เรามาโฟกัสเรื่องของผู้กระทำความผิดก่อน แยกผู้ป่วยออกมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันฝ่ายที่ดำเนินการจับสามารถจับได้เยอะ 4-5 เท่า แต่ราคายาบ้าไม่เพิ่มขึ้น มีการนำเข้ามาเยอะมากและต้นทุนการผลิตต่ำ ถ้าเราจับหรือยึดทรัพย์ได้ก็ต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ไม่ใช่บางคดียึดทรัพย์บางคดีไม่ยึดทรัพย์ และต้องพิสูจน์ทรัพย์ว่าได้มาอย่างไรและจะมีการฟอกเงินหรือไม่ ต้องดูขั้นตอนต่างๆ ด้วย 

“เคสเล็กๆ เข้ามาเยอะไม่ใช่ว่าไม่ให้ทำ แต่ให้เรียงลำดับความสำคัญ กรณีเคสใหญ่มีวงเงินมากอย่ามัวแต่ช้า ต้องเร่งปฏิบัติในการยึดทรัพย์เพราะทุกวันนี้ธุรกรรมทางการเงินเรื่องการโยกย้ายสะดวกสบายผ่านวิธีการต่างๆฉะนั้นอย่ามัวแต่ช้า เรามีกฎหมายอยู่แล้วมีอำนาจอยู่แล้ว ต้องใช้อำนาจยึดมาก่อน และประชาชนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้”

นายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า ต้องสร้างขวัญและกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจพิเศษเยอะมีอำนาจสูง ดังนั้น เรื่องที่ต้องมีการยึดทรัพย์ เพราะต้องการตัดต้นตอการผลิตทั้งหมดออกไป ซึ่งต้องการให้เรื่องนี้เป็นไปอย่างคืบหน้า เรื่องของการดำเนินการยึดทรัพย์อยากให้กระทำโดยเร็ว อย่าให้เป็นที่เป็นข้อครหานินทากับคนอื่น 

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า อยากให้เข้มงวดมากขึ้นเรื่องของการทำงานเชิงรุกถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการให้องค์ความรู้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและการทำงานเชิงรุก ไม่ใช่เพียงแค่การประชาสัมพันธ์เราต้องล้วงลูกจริงๆ และยึดทรัพย์ให้ได้โดยเร็วเพื่อไม่ให้ทรัพย์ถูกนำไปแปลโดยง่ายดาย

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราคิดว่า ก็ไม่ได้อยากมาที่ ปปง. สักเท่าไหร่ ท่านมีองค์ความรู้อยู่แล้ว ท่านประธานเองก็ดูแลอยู่แล้ว แต่อย่ามาส่งข้อความว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สังคมกำลังจับตาดูอยู่ในเรื่องของยาเสพติด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันทั้งหมด หากยังมีกระแสเงินอยู่ก็ไม่จบ ต้องต่อจิ๊กซอว์ให้ครบทุกภาคส่วน และถือเป็นวาระแห่งชาติ และรัฐบาลได้ประกาศไปแล้วว่าต้องเป็นจังหวัดสีขาว และต้องทำได้ภายในสิ้นไตรมาส 3 ต้องทำให้ได้ เพราะเรื่องของยาเสพติดเป็นสารตั้งต้นของปัญหาต่างๆ ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี และทำควบคู่กันไป ก็เป็นการตัดต้นตอการผลิต และตัดต้นตอของแหล่งเงิน”

Prime_Minister_urged_the_Anti_Corruption_Commission_to_seize_assets_to_stop_drug_trafficking_SPACEBAR_Photo01_0631b6da2a.jpg

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า อยากให้ สตช. ป.ป.ส. ปปง. ดำเนินการเร่งขยายผลปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้มีการบังคับใช้และกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด บูรณาการเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยึดอายัดทรัพย์ของกลุ่มผู้ค้ายาเสพตัดวงจรของผู้ค้ายาเสพติดในรูปแบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานร่วมมือในการสืบทรัพย์สินของผู้ดำเนินการความผิด เพื่อประโยชน์ของการปราบปรามทำลายโครงสร้างเรื่องยาเสพติด

ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือเรื่องของเว็บพนันออนไลน์ด้วย เร่งทำงานเชิงรุกปิดเว็บไซต์ ขยายผลถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและใช้มาตรการทางกฎหมายในการยึดทรัพย์อย่างเข้มงวดตัดวงจรการกระทำผิดและวงจรของเจ้าของเว็บไซต์

ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำงานร่วมกันกับ ปปง . กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย ดีเอสไอ ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ตัดตอนการโอนเงิน โดยเฉพาะการแก้ไขบัญชีม้า ไปจนถึงการยึดทรัพย์เพื่อมาเยียวยาผู้เสียหาย ตลอดจนหาแนวทางการแก้ไขธุรกรรมทางการเงินให้รัดกุมเพื่อไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญขออย่าประมาท ฝ่ายแนวรุกที่ลงพื้นที่ตามแนวชายแดนภาคต่างๆ ก็มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่ง ปปง.ไม่ใช่หน่วยงานแนวหน้า แต่ก็ขออย่าประมาท ให้ดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย พัฒนาตนเองด้วยองค์ความรู้ใหม่ๆ ขวนขวายศึกษาเรียนรู้ วิธีการให้เท่าทันมิจฉาชีพ โดยไปขอความร่วมมือจากธนาคารที่สนับสนุนให้พนักงานของเราไปเรียนรู้งานให้มากขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า ในสิ้นไตรมาสเราจะมาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะการตัดตอน หากไม่มีเงินทุนก็ทำไม่ได้ และเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศเราก็ให้ความสำคัญ โดยช่วงบ่ายวันนี้จะพบกับเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย และในสัปดาห์หน้าจะพบกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งพูดคุยกันในประเด็นการปราบปรามยาเสพติดที่ไม่ได้หมายถึงยาบ้าเพียงอย่างเดียว ยังมีเฮโรอีน และถ้าหากหน่วยงานใดต้องการประสานงานเป็นพิเศษก็ขอให้บอก อยากให้ทำงานร่วมกันให้เยอะเยอะ อย่าทำงานเป็นไซโลหรือไม่เป็นทีมเวิร์ค ให้ทำงานเชิงรุกให้มองปัญหาไปข้างหน้า ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์