ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ กระทรวงดีอีจะนำเสนอการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ให้ธนาคารและค่ายมือถือร่วมจ่ายผู้เสียหาย รวมถึงเพิ่มโทษแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้ ครม.พิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบ ส่วนสาระสำคัญและรายละเอียด ขอให้ ครม.เห็นชอบก่อน และจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
สำหรับร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้ หลังเสนอคณะรัฐมนตรีและมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะสามารถปราบปรามได้หมดหรือไม่นั้น ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ ประกอบกัน และถือเป็นวิธีหนึ่งที่คิดว่าเป็นมาตรการที่ได้ผล
เมื่อถามว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศบนเวทีปราศรัยเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า จะปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ให้หมดภายในปีนี้ มั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถทำได้ในกรอบเวลาที่กำหนด? ประเสริฐ กล่าวยืนยันว่า ทำได้แน่ เพราะกฎหมายนี้เป็นหนึ่งในมาตรการที่เราจะดำเนินการ อีกทั้งยังมีมาตรการอื่นอีก เช่น การทำงานร่วมกับต่างประเทศในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานที่ตั้งบริเวณชายแดน ถือเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลครั้งล่าสุด ได้นำเสนอเรื่องนี้เป็นรายงานในที่ประชุม ซึ่งทุกประเทศก็เห็นด้วยในการยกระดับ และถือว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยที่ทุกประเทศต้องตระหนัก จึงต้องทำงานร่วมกัน




