ปภ.ยืนยัน ใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นช่องทางหลักเยียวยาภูเก็ต เหตุน้ำท่วม-น้ำป่า-ดินโคลนถล่ม

27 ต.ค. 2569 - 16:49

  • เปิดเกณฑ์เยียวยาภูเก็ต น้ำท่วม-น้ำป่า-ดินโคลนถล่ม ใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นช่องทางเยียวยาหลัก

  • ปภ. ย้ำเหตุการณ์ภัยพิบัติภูเก็ตครั้งนี้เข้าสู่ระบบความคุ้มครองแล้ว

  • น้ำเข้าบ้านรับส่วนแรก 10,000 บาท สูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง ยันเคลมค่าสินไหมทดแทนจ่ายไวใน 15 วัน

ปภ.ยืนยัน ใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นช่องทางหลักเยียวยาภูเก็ต เหตุน้ำท่วม-น้ำป่า-ดินโคลนถล่ม

เหตุน้ำป่า–ดินโคลนถล่มป่าตอง จ.ภูเก็ต รอบล่าสุด จะใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นช่องทางเยียวยาหลัก โดย ปภ. ยืนยันว่าเหตุครั้งนี้เข้าสู่ระบบความคุ้มครองแล้ว บ้านที่น้ำเข้ารับเงินส่วนแรก 10,000 บาท และหากเสียหายเพิ่มเติมสามารถเรียกร้องได้ รวมสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังต่อครั้ง ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ใช่จ่ายทุกหลังเต็มหนึ่งแสนบาท

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงแนวทางเยียวยาเหตุน้ำป่า–ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต รอบล่าสุด จะใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นช่องทางเยียวยาหลัก เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยยืนยันว่าเหตุครั้งนี้เข้าสู่ระบบ “ประกันภัยพิบัติ” ครอบคลุมแล้ว 100%

“บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังรับเงินเยียวยาเบื้องต้นทันที 10,000 บาท และรวมความเสียหายส่วนอื่นสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมจ่ายชดเชยกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาท ผู้ประสบภัยสามารถลงทะเบียนยื่นเรื่องออนไลน์ผ่าน ThaiNatCat พร้อมการันตีโอนเงินตรงเข้าบัญชีพร้อมเพย์ผูกเลขบัตรประชาชนสำหรับการ เคลมค่าสินไหมทดแทน จ่ายไวใน 15 วัน”

ปภ.ยืนยันว่า จ.ภูเก็ต เข้าระบบประกันภัยพิบัติแล้ว 100% หลังเผชิญสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมบ้านเรือน “สำหรับเกณฑ์เยียวยาความเสียหาย กรณีน้ำเข้าบ้านรับเงินเบื้องต้น 10,000 บาท หากมีความเสียหายเพิ่มเติม สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มได้อีกไม่เกิน 90,000 บาท รวมวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์”

โครงการประกันภัยพิบัติที่ภาครัฐจัดซื้อให้ประชาชน ครอบคลุมภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว จ่ายเงินเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายไม่เกิน 95,000 บาท

ส่วนกรณีน้ำล้อม ชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ขณะที่ความคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกายสำหรับผู้มีสัญชาติไทย กรณีเสียชีวิตจ่าย 2 ล้านบาท และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจ่าย 200,000 บาท


ผู้ประสบภัยสามารถยื่นเคลมผ่านเว็บไซต์ www.ThaiNatCat.org หรือ Line OA: @Thainatcat พร้อมยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID กรอกข้อมูลและแนบหลักฐาน ประกอบด้วย บัตรประชาชนภาพถ่ายความเสียหายหลักฐานกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนบ้านและบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน

หากเรียกร้องความเสียหายเพิ่มเติม ควรเตรียมรายการทรัพย์สินที่เสียหาย ใบเสนอราคาซ่อมแซมหรือใบเสร็จตามที่บริษัทประกันภัยร้องขอ ทั้งนี้ หากระบบดิจิทัลขัดข้อง สามารถติดต่อจุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่ได้

“เมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง บริษัทประกันภัยจะอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ภายใน 15 วัน หากมีเหตุจำเป็นจนส่งหลักฐานไม่ทันภายใน 30 วัน ให้รีบส่งโดยเร็วที่สุด พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพ โดย SMS จากโครงการจะไม่มีลิงก์ให้กด ไม่มีการขอรหัส OTP และไม่มีการเรียกเก็บเงินเพื่อรับค่าสินไหมทดแทน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ThaiNatCat Call Center โทร. 02-012-5555 หรือสายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง” 

เปิดขั้นตอนผู้ประสบภัยยื่นเคลมประกันอย่างไร?

แจ้งเคลมได้ที่ ThaiNatCat.org⁠ , LINE @Thainatcat, โทร. 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่ โดยมีสิ่งที่ต้องเตรียม ดังนี้

·      บัตรประชาชน และยืนยันตัวตนผ่าน ThaID

·      ภาพถ่ายความเสียหาย ทะเบียนบ้านหรือหลักฐานกรรมสิทธิ์

·      บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกเลขบัตรประชาชน

·      หากขอส่วนเสียหายเพิ่มเติม ให้เตรียมรายการทรัพย์สิน ใบเสนอราคาซ่อม หรือใบเสร็จตามที่บริษัทประกันร้องขอ

กำหนดพิจารณาและโอนเงิน ภายใน 15 วันเมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ไม่ใช่นับจากวันเกิดเหตุ ผู้ที่ใช้ระบบออนไลน์ไม่ได้สามารถติดต่อจุดรับแจ้งในพื้นที่ได้

ขณะที่เทศบาลเมืองป่าตองประกาศเตรียมศูนย์รับเรื่องเยียวยาที่ สำนักงานเทศบาลเมืองป่าตอง ให้นำเอกสารและภาพความเสียหายไปแจ้ง พร้อมจัดที่พักชั่วคราว 3 จุด ได้แก่ วัดสุวรรณคีรีวงก์ สำนักงานเทศบาล และโรงแรมป่าตอง บีช ฮิลล์ โดยให้ติดต่อเทศบาลเพื่อจัดเข้าพัก

“สำหรับ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ร้านค้า และโรงแรม ยังไม่ควรเหมารวมว่าอยู่ในวงเงินประกันที่อยู่อาศัยหนึ่งแสนบาท ต้องตรวจกรมธรรม์และสิทธิช่วยเหลือแยกประเภท ส่วนความเสียหายจากดินหรือหินถล่มให้แจ้งลักษณะเหตุอย่างชัดเจนเพื่อพิจารณาความคุ้มครอง ขณะนี้เทศบาลยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุ รวมถึงประเด็นการก่อสร้างบนภูเขาว่าเกี่ยวข้องหรือไม่”

Providing-relief-to-Phuket-from-floods-flash-floods-and-landslides-using-the-National-Disaster-Insurance-SPACEBAR-Photo0-1.jpg

นักวิจัยชี้ดินถล่มป่าตอง ปัญหาเดิมๆ ที่อยู่ในวังวน

รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Suttisak Soralump’ (27 ต.ค.2569) เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมดินถล่มป่าตอง เป็นปัญหาที่ไม่เคยได้รับการเเก้ไขที่ต้นตอ สาเหตุหลักๆ คือ

1.การก่อสร้างอาคารอัดเเน่นบริเวณตีนเขาด้วยข้อจำกัดของกฏหมายสิ่งเเวดล้อมเดิมที่จำกัดการสร้างในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับ +40 เเละ +80 ม.รทก. ทำให้เมืองที่ขยายตัวอัดเเน่นจากหน้าหาดดันไปจนชนตีนเขา ทำให้ทางระบายน้ำ ร่องน้ำ ร่องการไหลของดินถล่ม ถูกกั้นขวางหรือปรับเปลี่ยนเป็นท่อขนาดที่ไม่เพียงพอ น้ำ ดิน หิน ก็เลยไหลลงมาตามถนน

2.กฏหมายควบคุมอาคารเเละกฎหมายขุดดินถมไม่ได้บังคับใช้เป็นการเฉพาะสำหรับจำกัดการก่อสร้างในพื้นที่เช่นนี้ ทั้งที่สามารถทำได้ ถึงเเม้ว่าจะไม่ได้มีผลที่ดีขึ้นในทันทีเเต่ระยะยาวจะดี นอกจากนั้นยังขาดการเเก้ไขกฏกระทรวงในด้านการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ลาดชัน ถึงเเม้ทางกรมโยธาฯเเละ ม.เกษตรฯจะได้ศึกษาเเละร่างออกมาเเล้ว ดังนั้นเราจึงเห็นการก่อสร้างยังอาจจะก่อให้เกิดการชะล้างพังทลายรวมถึงไปขวางทางไหลของน้ำ ดิน หิน

3.ขาดกฏหมายที่สามารถพิจารณาให้ก่อสร้างโครงสร้างลดผลกระทบจากการไหล เช่น ฝายดักตะกอนเเบบถาวร หรือตาข่ายดักหินถล่ม ที่จะต้องไปก่อสร้างบนพื้นที่ภูเขา ในพื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่ที่ต้องคุ้มครองสิ่งเเวดล้อม เเล้วควรจะทำอย่างไร

รศ.สุทธิศักดิ์ ระบุว่า จากการศึกษาของตนเองเเละทีมงาน มีผลการศึกษาในภูเก็ตตั้งเเต่ปี 2547, 2551, 2561, 2568, 2569 จึงขอเสนอการดำเนินการดังนี้

1.การเตือนภัย “เเก้ข้อบังคับให้ผู้ปฏิบัติการเตือนภัยไม่มีความผิดหากเตือนผิดพลาด” เนื่องจากชุมชนตั้งอยู่ติดตีนเขา ขวางการไหล ภูเขาสูงชัน จากเเบบจำลองการไหล (Debris flow model) พบว่ามีเวลาในการเตือนให้ออกจากพื้นที่ไม่เกิน 10 นาที ดังนั้น ถ้าจะใช้การเตือนภัย ต้องเป็นการ “สั่ง” ให้ออกจากพื้นที่ โดยอาศัยเเบบจำลองการคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งก็จะมีทั้งตรงเเละไม่ตรง ถ้าเตือนเเล้วเกิดผู้เตือนก็ปลอดภัย ถ้าเตือน/สั่งอพยพ เเล้วไม่เกิด ต้องมีบทคุ้มครองเเละไม่มีโทษต่อผู้เตือน เพราะถ้าเราเป็นผู้ปฏิบัติ การเลือกไม่เตือนจะดูปลอดภัยกว่า

2.นำร่างเเก้ไขกฏกระทรวงที่เกี่ยวข้องการควบคุมอาคารเเละการขุดดินถมดินในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มที่ทางกรมโยธาเเละ ม.เกษตรฯ ทำไว้เเล้วมาผลักดันให้ประกาศ ซึ่งในร่างนั้นระบุพื้นที่เสี่ยงสำคัญไว้ทั้งหมดเเล้ว

3.ผลักดันให้มี พ.ร.บ. ความปลอดภัยบนพื้นที่ลาดชันเเละพื้นที่สูง ซึ่งจะทำให้สามารถศึกษา ก่อสร้าง โครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อป้องกันเเละลดพลังการไหลของดินถล่ม โดยควรให้ พ.ร.บ. นี้ดูเเลโดยกรมทรัพยากรธรณี เเละ ควรให้พิจารณาโดยกระทรวงทรัพย์ฯ เพื่อให้การก่อสร้างใดๆ มีผลต่อสิ่งเเวดล้อมเเละความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด

4.ในระยะสั้น เเผนที่เสี่ยง มีทำกันไว้หมดเเล้ว ทั้งของกรมทรัพยากรธรณี เเละ ม.เกษตรฯ หน่วยงานในพื้นที่ควรนำมาใช้ในการควบคุมอาคารไปพลาง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์