อพยพ 162 คนไทยทันที! ‘บิ๊กโจ๊ก’ ย้ำเมื่อพม่าเปิดเส้นทาง

8 พ.ย. 2566 - 17:35

  • ‘บิ๊กโจ๊ก’ พร้อมอพยพคนไทยออกจากเมืองเล้าก์ก่าย ทันทีที่รัฐบาลเมียนมากำหนดเส้นทางเคลื่อนย้าย

  • เผยสามารถช่วยเหลือได้ 162 คน เหลือ 74 รายได้รับบาดเจ็บ หากเคลื่อนย้ายจะเกิดการสูญเสีย

  • ชี้ผู้ที่สมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมีความผิด พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

Ready_to_evacuate_162_Thai_people_from_Loukkai_city_SPACEBAR_Hero_247a232c77.jpg

ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จ.นนทบุรี (8 พฤศจิกายน 2566) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกนายทุนชาวจีนหลอกไปทำงานในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองเล้าก์ก่าย ประเทศเมียนมา 

ที่เป็นหนึ่งในฐานของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนที่ใช้คนไทยทำงานหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทย และขณะนี้เกิดการสู้รบ ว่า หลังจากที่ได้เดินทางไปหารือกับรัฐบาลเมียนมาเพื่อเร่งขอความช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่ที่มีการสู้รบ

โดยล่าสุดสามารถช่วยเหลือคนไทยออกมาได้แล้วจำนวน 162 ที่เหลือ 74 คน ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากตัวอาคารได้ เนื่องจากถูกนายจ้างชาวจีนทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงไม่กล้าเคลื่อนย้ายออกมา เกรงจะได้รับผลกระทบจะเกิดการสูญเสียระหว่างการเคลื่อนย้ายหากถูกโจมตี

ส่วนเส้นทางการลำเลียงคนไทยออกจากพื้นที่นั้น ขณะนี้รอการประสานงานจากทางเมียนมา ซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดเส้นทางเคลื่อนย้ายเพื่อความปลอดภัย โดยหากมีความจำเป็นอาจต้องอพยพคนไทยไปผ่านเส้นทางในประเทศจีนก่อนก็ต้องทำ เพราะทุกชีวิตของคนไทยมีค่าจำเป็นต้องพากลับประเทศไทยก่อน 

“ตอนนี้สถานการณ์สู้รบในเมียนมารุนแรงไม่ต่างจากอิสราเอล คาดว่าภายในปลายสัปดาห์นี้ หากได้รับการติดต่อจากเมียนมาว่าสามารถเคลื่อนย้ายคนไทยออกจากพื้นที่ได้หมดทุกคนแล้ว ตนก็จะเดินทางไปรับคนไทยกว่า 200 คนออกจากพื้นที่ยังจุดที่กำหนดไว้”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในจำนวนคนไทยทั้งหมดนั้นมีทั้งผู้ที่สมัครใจไปทำงาน โดยที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นงานในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมีบางส่วนที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกจริง ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อทั้งหมดแล้ว ดังนั้นเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วจะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงแรงงาน เพื่อดำเนินการสอบปากคำ และร่วมกันคัดแยก 

โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สมัครใจไปทำงานที่พบว่ามีอยู่กว่า 70% เพราะมีรายชื่อว่าเคยถูกช่วยเหลือออกมาจากกัมพูชามาแล้วก่อนหน้านี้ และกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ถูกหลอกจริงๆ ซึ่งเป็นรายชื่อใหม่มีเพียง 30% เท่านั้น 

โดยผู้ที่สมัครใจไปจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฐานมีส่วนในองค์อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด และความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้กลับไปก่อคดีอีก และต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงคนไทยด้วย ส่วนกลุ่มคนที่ตกเป็นเหยื่อนั้นจะได้รับการเยียวยาตามกฎหมายต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์