พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2569 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 โดยมีคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และประชาชนเฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก
สำหรับผลการเสี่ยงทายในปีนี้ ‘วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข’ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา หยิบได้ “ผ้านุ่ง 6 คืบ” ซึ่งตามตำราพยากรณ์หมายถึง “น้ำจะน้อย” นาในพื้นที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในพื้นที่ดอนอาจได้รับผลกระทบและได้ผลผลิตไม่เต็มที่
ส่วนผลเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งที่ตั้งเลี้ยงพระโค “พอ” และ “เพียง” ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ และหญ้า ปรากฏว่า พระโคกิน “ถั่วเขียว น้ำ หญ้า และเหล้า”
ตามคำพยากรณ์โบราณ การที่พระโคกิน “ถั่วเขียว” หรือ “งา” หมายถึง ผลาหารและภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ ขณะที่การกิน “น้ำ” และ “หญ้า” ทำนายว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ส่งผลให้ธัญญาหารและมังสาหารสมบูรณ์ดี ส่วนการกิน “เหล้า” ถือเป็นนิมิตหมายด้านเศรษฐกิจ โดยพยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น และเศรษฐกิจมีแนวโน้มรุ่งเรือง
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวิถีเกษตรกรรมไทยมาอย่างยาวนาน มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และได้รับอิทธิพลจากพิธีพราหมณ์ของอินเดีย ก่อนผสมผสานเข้ากับคติความเชื่อแบบพุทธของไทย
พระราชพิธีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
· “พระราชพิธีพืชมงคล” ซึ่งเป็นพิธีทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เมล็ดพันธุ์พืช
· “พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ โดยมีการไถหว่านเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเปิดฤดูกาลเพาะปลูกใหม่
ในอดีตพระมหากษัตริย์จะทรงประกอบพิธีด้วยพระองค์เอง ต่อมามีการมอบหมาย “พระยาแรกนา” ทำหน้าที่แทนพระองค์ในการไถหว่าน และมี “เทพีคู่หาบทอง-หาบเงิน” ร่วมประกอบพิธี
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระราชพิธีนี้เคยเว้นช่วงไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในปี พ.ศ. 2503 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย
ปัจจุบัน พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ยังคงจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ สนามหลวงและถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับวิถีชีวิตเกษตรกรรมของไทยมายาวนาน




