พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมนำ “คดี Forex” เป็น “คดีพิเศษ” ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวน ซึ่งทางดีเอสไออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และผู้เสียหายซึ่งขณะนี้ทยอยเดินทางเข้ามาให้ข้อมูล หลังจากนี้จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ทั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้นเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา มีผู้เสียหายทยอยเข้ามาให้ข้อมูลแล้วจำนวน 30 คน เช่นเดียวกับพยานที่ทยอยเดินทางเข้ามาแล้ว
ส่วนกรณีการเผยแพร่คลิปของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในลักษณะ “การเชิญชวนลงทุน” จะสามารถเอาผิดได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากข้อมูลมีจำนวนมาก หลังจากเข้าตรวจค้นทั้งหมด 24 จุด และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ถึง 300 นาย จึงต้องวิเคราะห์ทั้งเส้นทางการเงิน หลักฐานเอกสาร รวมทั้งของกลาง เช่น คอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดมาได้ และขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายเรียกภาวุธ
เมื่อถามย้ำถึงคลิปของ ภาวุธ สามารถเป็นหลักฐานเอาผิดได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดดีเอสไอจะต้องเป็นผู้วิเคราะห์
ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า การแถลงข่าวของดีเอสไอปิดชื่อผู้ต้องหา แต่เปิดชื่อผู้ต้องสงสัย พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า วันที่จะมีปฏิบัติการ ผมเดินทางไปราชการที่จังหวัดสกลนคร กระทั่งมาทราบข่าวในช่วงบ่ายของอีกวัน ก็เห็นผู้สื่อข่าวมีการเปิดชื่อย่อและอาชีพ ซึ่งในวันที่ 18 มิ.ย. สื่อมวลชนก็เริ่มเปิดชื่อ ภาวุธอย่างเป็นทางการ และเมื่อมีการแถลงข่าว นักข่าวก็เป็นผู้พูดชื่อของภาวุธ ไม่ใช่ดีเอสไอเป็นผู้เปิดเผยชื่อ
ในวันที่ 18 มิ.ย. สื่อมวลชนก็เริ่มเปิดชื่อ ‘ภาวุธ’ อย่างเป็นทางการ และเมื่อมีการแถลงข่าว นักข่าวก็เป็นผู้พูดชื่อของ ‘ภาวุธ’ ไม่ใช่ ‘ดีเอสไอ’ เป็นผู้เปิดเผยชื่อ
— พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์
เมื่อถามว่าสังคมมองว่าเป็น “เกมการเมืองเชือดไก่ให้ลิงดู” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จากการตรวจค้น 24 จุด ประกอบกับดีเอสไอใช้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 6 เดือน เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน เพราะผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยมีตำแหน่งหน้าที่ จึงต้องใช้วิจารณญาณและหลักฐานที่ชัดเจน
ส่วนเมื่อถามย้ำว่ามี “ใบสั่งทางการเมือง” หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ไม่ใช่ เพราะในรายละเอียด และในชาร์ต (chart: แผนภูมิ) การแถลงข่าวของดีเอสไอก็มีข้อมูลปรากฏหมด และผู้สื่อข่าวก็พูดชื่อนี้ขึ้นมา”
เมื่อถามต่อไปว่า การแถลงข่าวของดีเอสไอที่มีชื่อของ ภาวุธ เป็นการชี้แจงต่อสังคมหลังจากมีชื่อหลุดออกมาใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ทางผู้แถลงข่าวยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหายังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด และไม่มีการเอ่ยชื่อ แต่ผู้สื่อข่าวทราบชื่อนี้มาก่อนแล้ว และมีการถามในวงแถลงข่าว”
ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาได้เมื่อใดนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับดีเอสไอ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งตนได้นโยบายว่า เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงต้องมีการรายงานความคืบหน้าทุก 15 วัน
เมื่อถามว่า หาก ภาวุธไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส. ก็จะดำเนินการตามนั้นใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับดีเอสไอ ไม่ทราบว่าภาวุธจะเข้ามาให้ข้อมูลเมื่อใด เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่จะประสานงาน
ส่วนกรณีที่ ภาวุธชี้แจงว่า “เส้นทางการเงินที่โอนเข้าบัญชีมาจากการเทรดทองคำ” ฟังขึ้นหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “เป็นคำชี้แจงของภาวุธ แต่ต้องมีการตรวจสอบ แต่หากถามคนเทรดทองคำ จะไม่มีตัวเลขกลม ๆ หรือเป็นจุดทศนิยม แต่เรื่องนี้ก็จะต้องตรวจสอบ เพราะถือเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว ขอเวลาให้ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นทางการเงินว่ามาจากที่ใดบ้าง”




