‘สันธนะ ประยูรรัตน์’ เดินทางมาเข้าพบ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าคดีสารวัตรซัว ที่พยายามจ่ายเงินเพื่อปกปิดคดี และแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่มีบุคคลนำถุงเงินไปให้กับ ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’
‘สันธนะ’ อ้างว่าชายสองคนที่นำถุงเงิน จำนวน 2 ถุง ไปให้ ‘ชูวิทย์’ ที่โรงแรม เดอะ เดวิส สุขุมวิท 24 แท้จริงแล้ว ไม่ใช่คนของ ‘สารวัตรซัว’ และเงินดังกล่าวก็ไม่ใช่ของสารวัตรซัว เเต่เป็นเงินของ ‘อ๊อด บ้านทนายเชียงใหม่’ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ลงทุนในสถานบริการ เดอะ ลอร์ด พาเลซ โฮเทล ที่มี ‘เสี่ยกำพล’ เป็นเจ้าของเก่า โดยเงินในถุงมี จำนวน 6 ล้านบาท แบ่งใส่ถุงละ 3 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลทั้งหมด ‘สันธนะ’ อ้างว่าได้มาจากการไปสอบถามกับเจ้าของเงินโดยตรง และถามมาจาก ‘ลูกน้อง’ ของเขาเอง ที่เป็นคนที่ถ่ายรูปชายสองคนที่นำเงินไปให้ชูวิทย์ที่โรงแรม
‘สันธนะ’ อธิบายเพิ่มเติมว่า ‘อ๊อด บ้านทนายเชียงใหม่’ ซึ่งเป็นเจ้าของเงินเห็นว่าชูวิทย์ เป็นคนชอบทำบุญ จึงนำเงินไปฝากให้ชูวิทย์ไปใช้ทำบุญ โดยภาพชายสองคนที่นำถุงเงินไปให้ชูวิทย์ เป็นภาพเก่าที่ถ่ายเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 65 แต่วันนั้นชูวิทย์ ไม่ได้อยู่ที่โรงแรม จึงนำเงินกลับไปและนำเงินมาให้อีกครั้งในวันที่ 3 ก.พ. 66 เนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้เปิดสถานบริการ จึงหวังนำเงินมาฝากให้ชูวิทย์ ไปทำบุญอีกครั้ง
ส่วนเหตุใดชูวิทย์ ถึงสมอ้างว่าเป็นเงินของสารวัตรซัว ‘สันธนะ’ บอกว่าไม่ทราบ แต่เชื่อว่าเป็นการทำเพื่อหวังปกปิดแหล่งที่มาของเงิน และเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนี้ ‘สันธนะ’ ยังเชื่อว่า พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ถูก ‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการนำเงินมาให้ชูวิทย์นั้น ไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าการที่เขาออกมาพูดแบบนี้ ไม่ใช่เป็นการปกป้องสารวัตรซัว เพราะวันนี้เขาเองก็มาจี้ให้ตำรวจเร่งทำคดีนี้อยู่ และที่ออกมาพูดเรื่องถุงเงินเพราะอยากให้เรื่องนี้จบเร็วๆ และมองว่าชูวิทย์ ควรนำเงิน จำนวน 6 ล้านบาท ไปคืนให้กับเจ้าของเงิน เพื่อที่เจ้าของเงินจะได้นำเงินไปทำบุญตามที่ตั้งใจไว้ เพราะตำรวจไม่ใช่องค์กรสาธารณกุศลที่จะรับเงินไว้ได้ และหลังจากที่คืนเงินให้กับเจ้าของเงินแล้ว ชูวิทย์ก็ควรออกมาจากเรื่องนี้ ไม่ไปสร้างความเสียหายให้กับองค์กรที่เขาจะรับเงินบริจาคอีก
ส่วนเงินที่ ‘สันธนะ’ และ ‘เสี่ยโป้’ เคยบริจาคให้โรงพยาบาลแล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเงินสีเทา โรงพยาบาลควรคืนในส่วนนี้ด้วย ‘สันธนะ’ ยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเงินสีเทา ไม่มีความจำเป็นที่จะคืน เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
ส่วนคดีที่ ‘สันธนะ’ ถูกชูวิทย์ฟ้องหมิ่นประมาทกรณีแอบถ่ายคลิปในห้องน้ำโรงแรม เดอะ เดวิส บางกอก แล้วกล่าวหาว่ามีการมั่วสุมยาเสพติด ‘สันธนะ’ บอกว่าไม่กังวลและพร้อมจะสู้คดีอย่างถึงที่สุด เพราะมั่นใจในหลักฐาน พร้อมท้า ‘ชูวิทย์’ เดิมพัน 100 ล้าน หากเขาชนะคดี และทนายอนันตชัย ไชยเดช ต้องคืนใบประกอบวิชาชีพทนายทันที แต่หากเขาแพ้คดีในชั้นศาลก็พร้อมหายจากวงการนี้ทันทีเพราะเขาเองก็คงอยู่ในวงการแบบนี้ไม่ได้เช่นกัน
‘สันธนะ’ อ้างว่าชายสองคนที่นำถุงเงิน จำนวน 2 ถุง ไปให้ ‘ชูวิทย์’ ที่โรงแรม เดอะ เดวิส สุขุมวิท 24 แท้จริงแล้ว ไม่ใช่คนของ ‘สารวัตรซัว’ และเงินดังกล่าวก็ไม่ใช่ของสารวัตรซัว เเต่เป็นเงินของ ‘อ๊อด บ้านทนายเชียงใหม่’ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ลงทุนในสถานบริการ เดอะ ลอร์ด พาเลซ โฮเทล ที่มี ‘เสี่ยกำพล’ เป็นเจ้าของเก่า โดยเงินในถุงมี จำนวน 6 ล้านบาท แบ่งใส่ถุงละ 3 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลทั้งหมด ‘สันธนะ’ อ้างว่าได้มาจากการไปสอบถามกับเจ้าของเงินโดยตรง และถามมาจาก ‘ลูกน้อง’ ของเขาเอง ที่เป็นคนที่ถ่ายรูปชายสองคนที่นำเงินไปให้ชูวิทย์ที่โรงแรม
‘สันธนะ’ อธิบายเพิ่มเติมว่า ‘อ๊อด บ้านทนายเชียงใหม่’ ซึ่งเป็นเจ้าของเงินเห็นว่าชูวิทย์ เป็นคนชอบทำบุญ จึงนำเงินไปฝากให้ชูวิทย์ไปใช้ทำบุญ โดยภาพชายสองคนที่นำถุงเงินไปให้ชูวิทย์ เป็นภาพเก่าที่ถ่ายเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 65 แต่วันนั้นชูวิทย์ ไม่ได้อยู่ที่โรงแรม จึงนำเงินกลับไปและนำเงินมาให้อีกครั้งในวันที่ 3 ก.พ. 66 เนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้เปิดสถานบริการ จึงหวังนำเงินมาฝากให้ชูวิทย์ ไปทำบุญอีกครั้ง
ส่วนเหตุใดชูวิทย์ ถึงสมอ้างว่าเป็นเงินของสารวัตรซัว ‘สันธนะ’ บอกว่าไม่ทราบ แต่เชื่อว่าเป็นการทำเพื่อหวังปกปิดแหล่งที่มาของเงิน และเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนี้ ‘สันธนะ’ ยังเชื่อว่า พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ถูก ‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการนำเงินมาให้ชูวิทย์นั้น ไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าการที่เขาออกมาพูดแบบนี้ ไม่ใช่เป็นการปกป้องสารวัตรซัว เพราะวันนี้เขาเองก็มาจี้ให้ตำรวจเร่งทำคดีนี้อยู่ และที่ออกมาพูดเรื่องถุงเงินเพราะอยากให้เรื่องนี้จบเร็วๆ และมองว่าชูวิทย์ ควรนำเงิน จำนวน 6 ล้านบาท ไปคืนให้กับเจ้าของเงิน เพื่อที่เจ้าของเงินจะได้นำเงินไปทำบุญตามที่ตั้งใจไว้ เพราะตำรวจไม่ใช่องค์กรสาธารณกุศลที่จะรับเงินไว้ได้ และหลังจากที่คืนเงินให้กับเจ้าของเงินแล้ว ชูวิทย์ก็ควรออกมาจากเรื่องนี้ ไม่ไปสร้างความเสียหายให้กับองค์กรที่เขาจะรับเงินบริจาคอีก
ส่วนเงินที่ ‘สันธนะ’ และ ‘เสี่ยโป้’ เคยบริจาคให้โรงพยาบาลแล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเงินสีเทา โรงพยาบาลควรคืนในส่วนนี้ด้วย ‘สันธนะ’ ยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเงินสีเทา ไม่มีความจำเป็นที่จะคืน เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
ส่วนคดีที่ ‘สันธนะ’ ถูกชูวิทย์ฟ้องหมิ่นประมาทกรณีแอบถ่ายคลิปในห้องน้ำโรงแรม เดอะ เดวิส บางกอก แล้วกล่าวหาว่ามีการมั่วสุมยาเสพติด ‘สันธนะ’ บอกว่าไม่กังวลและพร้อมจะสู้คดีอย่างถึงที่สุด เพราะมั่นใจในหลักฐาน พร้อมท้า ‘ชูวิทย์’ เดิมพัน 100 ล้าน หากเขาชนะคดี และทนายอนันตชัย ไชยเดช ต้องคืนใบประกอบวิชาชีพทนายทันที แต่หากเขาแพ้คดีในชั้นศาลก็พร้อมหายจากวงการนี้ทันทีเพราะเขาเองก็คงอยู่ในวงการแบบนี้ไม่ได้เช่นกัน



