เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุฆาตกรรม 6 ศพที่โรงแรมใจกลางกรุง จะกระทบด้านการท่องเที่ยวหรือไม่ ว่า เชื่อว่าไม่กระทบ เพราะเป็นการกระทำที่เกิดจากเรื่องส่วนตัว เรื่องบุคคล
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยด้วยว่า เมื่อช่วงสายวันนี้ (17 กรกฎาคม 2567) ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ติดตามและอำนวยความสะดวกทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ซึ่งจากหลักฐานที่มีอยู่ ผู้ที่เกี่ยวข้อง สันนิษฐานว่าน่าจะมาสาเหตุส่วนตัว และยังมีเอกสารหลายอย่างที่ส่งให้สถานทูตแปลอยู่ วันนี้คงมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น และเมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว ตนจะจัดแถลงข่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักเหมือนเดิมและยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ขอย้ำว่าไม่น่าจะกระทบการท่องเที่ยว เพราะหลายหน่วยได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงบางส่วนออกมาแล้ว คิดว่าจะทำให้ช่วยลดความกังวลได้ และ 1-2 วันนี้จะมีการแถลงรวมทุกหน่วยเพื่อให้ทุกอย่างชัดเจนและเรียกความเชื่อมั่น”
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางภาคธุรกิจได้มีการพูดคุยถึงความกังวลบ้างหรือไม่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ทุกครั้งที่ประชุมกับเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เราเน้นที่การรักษาความปลอดภัย มีการนำระบบเอไอเข้ามาใช้
อย่างไรก็ตาม ช่วง 1-2 เดือนนี้ จะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลายอย่าง เช่น การสนับสนุนการท่องเที่ยวประเพณีต่างๆ และการจัดมวยใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย อุตรดิตถ์ นครราชสีมา ลพบุรี และสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมวยไทยที่มีชื่อ เหล่านี้เป็นการต่อยอดการท่องเที่ยวให้ครบวงจร
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ตั้งเป้ายอดนักท่องเที่ยวอย่างไร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้เราวางแผนการท่องเที่ยวได้มากขึ้น เพราะจะเข้าออกสะดวก และยอมรับว่าการที่เราอำนวยความสะดวกเข้าเมืองมากก็อาจจะมีบางอย่างแทรกซ้อนเข้ามา แต่ก็ทำให้มั่นใจว่าเป้าหมายที่รัฐบาลให้เราจัดหารายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคน ทำได้ และเมื่อเรากระจายกิจกรรมการท่องเที่ยวไปแต่ละชุมชน จะทำให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวจะเป็นการแก้จนเด่นชัดที่สุด




