‘ทนายษิทรา’ ประกาศสงครามกับ ‘ชูวิทย์’ ปมแฉไปไถไป

23 มี.ค. 2566 - 13:50

  • ศึกถุงเงิน ยกที่ 1 เริ่ม! ‘ทนายษิทรา’ ประกาศสงครามกับ ‘ชูวิทย์’ ปมแฉไปไถไป ปูด ‘กล่องดวงใจ’ ชูวิทย์ เชื่อมโยงกับกัญชา-เว็บออนไลน์ แจงท้าชน ‘ชูวิทย์’ เพราะผิดหวังไม่เกี่ยวการเมือง

sittra_vs_chuwit_in_case_of_receiving_benefits_SPACEBAR_Thumbnail_a877f4e51a.jpeg
ศึกรอบด้านจริงๆ สำหรับจอมแฉอย่าง ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ที่ล่าสุดถูก ‘ษิทรา เบี้ยบังเกิด’ ทนายความชื่อดัง โพสต์ภาพถุงเงิน จำนวน 2 ถุง พร้อมใส่แคปชัน ‘แฉไปไถไป’ แม้จะไม่มีพาดพิงโดยตรง แต่ใครที่อ่านก็คิดไปในทิศทางเดียวกันว่าหมายถึงใคร  

ต่อมา ‘ชูวิทย์’ ได้โพสต์ชี้แจงว่า ถุงเงินดังกล่าวเป็นของ ‘สารวัตรซัว’ ที่นำมายัดเยียดให้เขา จำนวน 6 ล้านบาท เพื่อเเลกกับการช่วยเคลียร์คดี โดย ‘ชูวิทย์’ อ้างว่าเขามีหลักการ ‘ไม่ปฏิเสธ’ แต่เงินที่ยัดมา ไม่เคยคิดจะใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว จึงได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปบริจาคให้โรงพยาบาลแทน โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน  

ล่าสุดเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ‘ษิทรา เบี้ยบังเกิด’ ได้แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดต่างๆ กับสื่อมวลชน โดยอ้างว่าข้อมูลเรื่องถุงเงิน จำนวน 2 ถุง เขาได้รับมาจากแหล่งข้อมูลหลายสาย หนึ่งในนั้นคือ ‘หลาน’ ฝั่งเมียของ ‘ชูวิทย์’ ส่วนเหตุผลที่หลานของชูวิทย์ นำข้อมูลมาให้ตนเพราะอะไรไม่ทราบ อาจเป็นเพราะคิดว่าหากเป็นคนอื่นอาจไม่มีใครกล้าออกมาพูดเรื่องนี้  

‘ษิทรา’ ยังบอกว่าเขาเคยรู้สึกชื่นชม ‘ชูวิทย์’ มาตลอด และเชื่อว่า ‘ชูวิทย์’ เป็นคนที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ แต่ตอนนี้รู้สึกผิดหวัง จึงต้องออกมาพูด เพราะไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่แฉไปไถไป  
 
โดยเงินจำนวน 2 ถุง ที่ ‘ษิทรา’ อ้างถึง เขายืนยันว่ามีมากกว่า 6 ล้านบาท แต่ที่ ‘ชูวิทย์’ ออกมาแก้เกี้ยว ว่าเป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท เพราะบังเอิญตรงกับยอดเงินที่ ‘ชูวิทย์’ เคยนำไปบริจาคให้โรงพยาบาล อีกทั้ง ‘ชูวิทย์’ เป็นคนฉลาด คงรู้ว่าตนมีหลักฐานในมือมากน้อยแค่ไหน จึงออกมายอมรับสารภาพ ‘ษิทรา’ ยังบอกเงินในรูปกับเงินที่ ‘ชูวิทย์’ นำไปบริจาคให้โรงพยาบาล เป็นคนละชุดกัน และมีที่มาของเงินต่างกัน เพราะรูปถุงเงินดังกล่าว เป็นรูปเมื่อปีก่อน ที่รับมาจากสารวัตรซัว ส่วนเงินที่มีคนเอามาให้ ‘ชูวิทย์’ อีกชุด ใบ้ว่าเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับบ่อนที่เคยเกิดเหตุยิงกัน ก่อนคดีนั้นจะเงียบไป 

‘ษิทรา’ ยังตั้งข้อคำถามว่า หากตนไม่ออกมาพูดแบบนี้ ‘ชูวิทย์’ จะยอมรับหรือไม่ว่ารับเงินมาจาก ‘สารวัตรซัว’ พร้อมย้อนคำพูดของ ‘ชูวิทย์’ ที่เคยบอกว่าจะไม่รับเงินจากกลุ่มคนพวกนี้ และในข่าวที่ ‘ชูวิทย์’ บริจาคเงินให้โรงพยาบาล ก็บอกว่า เป็นเงินที่ได้มาจากพรรคพวกที่ทำงานสุจริต โดย ‘ษิทรา’ ยังตั้งคำถามอย่างแอบจิกกัดเบาๆ ว่า “คนที่พูดความจริง พูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม” และคนอย่าง ‘ชูวิทย์’ พูดได้หมด สาบานได้ทุกอย่าง  
 
นอกจากนี้ ‘ษิทรา’ ยังอ้างว่า ‘กล่องดวงใจ’ ของ ‘ชูวิทย์’ มีความเกี่ยวข้องกับกัญชา และเว็บออนไลน์ อีกทั้งยังพบว่ามีเงินสกุลดิจิตอลโอนเข้าบัญชี ‘กล่องดวงใจ’ ของชูวิทย์ อีก 50 ล้าน ซึ่งเขาจะขอให้ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินนี้ด้วย

แน่นอนว่าการที่ ‘ษิทรา’ ออกมาแฉ ‘ชูวิทย์’ ในช่วงนี้ ปฎิเสธไม่ได้ว่าถูกนำไปโยงว่าเป็นเรื่อง ‘การเมือง’ หรือไม่ โดย ‘ษิทรา’ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แม้เขาจะเคยลาออกจากพรรคเพื่อไทย และมีพรรคพลังประชารัฐ ได้ทาบทามให้ไปร่วมงานด้วย แต่ตนได้ปฎิเสธ โดยเลือกตั้งรอบนี้ เขาจะไม่ลงสมัครพรรคไหนเลย และไม่ขอเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองอีก จะขอทำหน้าที่ทนายแบบนี้ต่อไป และขอยืนยันว่าเขาไม่ได้รับเงินหรือรับงานจากกลุ่มพนันออนไลน์ เพราะไม่เคยคบคนกลุ่มนี้  

ช่วงท้าย ‘ษิทรา’ ยังบอกว่าก่อนหน้านี้ เขาเคยบอกไว้ว่าไม่อยากมีเรื่องกับ 3 คน คือ ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’, ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ และ ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส’ เพราะรู้ดีว่าคนเหล่านี้กัดไม่ปล่อย แต่วันนี้ที่ต้องออกมาเพราะผิดหวังในตัวของ ‘ชูวิทย์’ เพราะไม่อยากให้คนที่บอกว่ากลับตัวกลับใจแล้วมาทำเเบบนี้ แล้วสังคมนำไปเป็นแบบอย่าง และส่วนตัวเตรียมใจรับผลที่จะตามมาแล้ว เพราะรู้ว่าเกมนี้เป็นเกมยาว ซึ่งการที่เขาออกมาเปิดหน้าแบบนี้ ยอมรับว่าเป็นการประกาศสงครามกับ ‘ชูวิทย์’ อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าหากในอนาคต ‘ชูวิทย์’ อยากแฉเรื่องทุจริตรถไฟฟ้าต่อ ตนก็พร้อมร่วมแฉกับ ‘ชูวิทย์’ พร้อมแย้มว่าในช่วงใกล้เลือกตั้ง เขา จะเดินหน้าแฉพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วมกับการทุจริตรถไฟฟ้าด้วย ขอให้รอติดตามได้เลย
Photo01_f76bc8fc22.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์