ผู้สื่อข่าวรายสถานการณ์ชาวต่างชาติที่อยู่ในการควบคุมดูแลของกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA: Democratic Karen Buddhist Army) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง (BGF: Border Guard Force) ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน จ.ตาก ยังคงเป็นปัญหาสำหรับการควบคุมดูแล โดยเฉพาะเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค หลังมีการเข้าไปช่วยเหลือมาแล้ว
เช่น ฝ่ายกะเหรี่ยง DKBA ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากพบสภาพปัญหาในการดูแล เลี้ยงดู ทำให้ผู้นำกะเหรี่ยง DKBA ต้องประกาศขอยุติการช่วยเหลือระดมคนต่างชาติในพื้นที่ก่อน
พลจัต ซาย จอ หล่า (Sai Kyaw Hla) \[รู้จักกันในนาม ‘โกซาย’\] ผู้นำหมายเลข 3 ของกะเหรี่ยง DKBA ที่กองบัญชาการฝั่งเมียนมา เขตทางใต้จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามบ้านช่องแคบ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก กล่าวกับสื่อเมียนมา ว่า ขณะนี้มีชาวต่างชาติอยู่ในการดูแลของฝ่าย DKBA จำนวน 405 คน เป็นปัญหาการดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และน้ำใช้ เนื่องจากเป็นคนจำนวนมาก ขณะที่ทางไทยก็ไม่รับ และทางสภาบริหารทหารเมียนมาก็ไม่ว่าอย่างไร
เท่าที่ตนเองทราบ กลุ่มชาวต่างชาติที่ฝ่าย DKBA ส่งผ่านไปประเทศไทย ยังไม่ได้กลับ เพราะไม่มีสถานทูตของแต่ละชาติไปรับ
ในส่วนของ DKBA ต้องห่วงว่า การควบคุมคนจำนวนมาก โดยที่พวกเขาไม่ใช่นักโทษ อาจจะทำให้พวกเขาหนีข้ามไปฝั่งประเทศไทยได้ หากหนีไปจริงเป็นอันตรายกับประเทศไทย
— พลจัต ซาย จอ หล่า ผู้นำหมายเลข 3 ของกะเหรี่ยง DKBA
ผู้นำหมายเลข 3 ของกะเหรี่ยง DKBA ระบุด้วยว่า ฝ่าย DKBA ยังยืนยันที่จะปราบปรามบรรดาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่รับผิดชอบให้หมดไปภายใน 3 เดือน แต่การเข้าไปทำงานของคนต่างชาติในพื้นที่ฝั่งเมียนมา เท่าที่ทราบ เป็นความสมัครใจมากกว่าการถูกหลอกลวง และตกลงไปทำงานแล้ว การจ่ายค่าจ้างแรงงานไม่เป็นไปตามข้อตกลง เช่น ตกลงจ่ายค่าจ้างเดือนละ 1,200 เหรียญดอลลาร์อเมริกา แต่พอจ่ายจริงได้เดือนละ 8,000 บาท
และการถูกทรมาน ทำร้ายร่างกายก็มีบ้าง หรือเป็นการค้ามนุษย์ มีการขายตัวลูกจ้างไปให้อีกบริษัทหนึ่ง เป็นต้น




