ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตลิ่งชัน) ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 131/ 2567ที่พนักงานอัยการปราบปรามการทุจริต 1เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. กับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลยในความผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ กรณีพวกจำเลย ร่วมกันช่วยเหลือปรับความเร็วรถยนต์ที่ วรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาซิ่งรถยนต์หรูเฟอร์รารี่ พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 ก.ย. 2555
ทั้งนี้จำเลยทั้งหมดซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล จากนั้นศาลได้สอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟังจนเข้าใจแล้วสอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมด แถลงให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี
ทั้งนี้ฝ่ายอัยการโจทก์ได้ยื่นพยานหลักฐาน ประกอบด้วย เอกสารประมาณ 30,000 หน้า จำนวน 15 ลัง 75 แฟ้ม พยานบุคคล 21 ปากและพยานวัตถุ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายวันที่ 3 ธ.ค. 2567 เวลา 09.00 น.
ภายหลังการตรวจพยานหลักฐานแล้ว จะจัดทำคำแถลงต่อศาลภายใน 30 วัน หลังจากนั้นศาลจะเริ่มกระบวนพิจารณาเพื่อมีพิพากษา ซึ่งคดีนี้มีระยะเวลานานกว่า 12 ปี ดังนั้นศาลจึงกำหนดกรอบระยะเวลาพิจารณานาน 7 เดือน เพื่อเร่งรัดตามนโยบาย ของประธานศาลฎีกาและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ขณะที่อัยการโจทก์ได้ยื่นขอแก้คำฟ้องเนื่องจากยังเห็นข้อบกพร่องโดยจะจัดทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ก.ย.นี้
คดีนี้ศาลได้ตั้งกรอบเวลาพิจารณาไว้ไม่เกิน 7 เดือน จากปกติแล้วกรณีที่ศาลให้ปล่อยตัวคราวจำเลย จะมีระยะเวลาพิจารณา 1 ปี ทั้งนี้เหตุที่ต้องกำหนดระยะเวลาให้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากคดีเป็นที่สนใจของสาธารณะชน
ทั้งนี้ศาลจะพิจารณาทำคำพิพากษาอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงขอความร่วมมือให้คู่ความทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามกำหนดระยะเวลาของศาลอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้ระยะเวลายืดเยื้อออกไ ปเนื่องจากคดีนี้มีความสำคัญ จึงขอให้ฝ่ายโจทก์-จำเลยและ ทนายจำเลยงดให้สัมภาษณ์สื่อในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เพื่อโน้มน้าวสาธารณะชนให้เกิดผลกระทบต่อการพิจารณาของศาล
โดยไม่ให้ข้อมูลต่อสื่อสารมวลชนในทุกช่องทางรวมทั้งช่องทางออนไลน์จนกว่าการพิจารณาคดีของศาลจะแล้วเสร็จ




