ผ่าน 4 วันเซ่นอุบัติเหตุ 154 ราย! ‘กทม.-ลำปาง’ สูญเสียสูงสุด

14 เม.ย. 2569 - 12:41

  • ผ่าน 4 วันช่วงสงกรานต์ เสียชีวิตพุ่ง 154 ราย–อุบัติเหตุสะสม 755 ครั้ง–เจ็บ 705 คน

  • ‘กทม.-ลำปาง’ ยังครองแชมป์สูญเสียสะสม ขณะที่ 22 จังหวัด “ตายเป็นศูนย์”

  • ศปถ.คุมเข้มความปลอดภัย รับมือคนแห่เดินทางกลับ กทม. เลี่ยงรถติด

ผ่าน 4 วันเซ่นอุบัติเหตุ 154 ราย! ‘กทม.-ลำปาง’ สูญเสียสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 13 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่า

  • เกิดอุบัติเหตุ 237 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บ 224 คน
  • ผู้เสียชีวิต 51 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่

  • ขับรถเร็ว ร้อยละ 41.77
  • ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.43

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.93

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. ร้อยละ 20.25

  • จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ชุมพร และเชียงราย (จังหวัดละ 12 ครั้ง)
  • จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ชุมพร (13 คน)
  • จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานีและเลย (จังหวัดละ 4 ราย)
songkran-road-accidents-kill-154-people-in-4-days-SPACEBAR-Photo02.jpg

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ (10 – 13 เม.ย. 69)

  • เกิดอุบัติเหตุรวม 755 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บรวม 705 คน
  • ผู้เสียชีวิตรวม 154 ราย
  • จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (33 ครั้ง)
  • จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (34 คน)
  • จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (8 ราย)
  • จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 22 จังหวัด
songkran-road-accidents-kill-154-people-in-4-days-SPACEBAR-Photo01.jpg

ยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของ ศปถ. กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นวันครอบครัว ประชาชนมักเดินทางไปรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ บางส่วนเดินทางไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ และยังมีประชาชนออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ตามพื้นที่ต่าง ๆ จำนวนมาก ศปถ. จึงกำชับให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยพื้นที่เล่นน้ำและสถานที่ท่องเที่ยว”

โดยบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเคร่งครัด พร้อมกวดขัน ห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น การนั่งหรือยืนบนท้ายกระบะ การใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน

และให้ใช้กลไก “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ตักเตือนและป้องปรามผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการดื่มแล้วขับ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีสภาพไม่ปลอดภัย หากฝ่าฝืนคำเตือนให้ประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดี เพื่อป้องกันมิให้ผู้ที่มีความเสี่ยงขับขี่ยานพาหนะออกจากพื้นที่จัดงาน

ขณะที่ ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. กล่าวว่า “วันนี้ปริมาณรถในพื้นที่ยังคงมีมาก ทั้งที่เดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ และบางส่วนที่เริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯ หรือที่ตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นในวันพรุ่งนี้ ศปถ. จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายหลักที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ให้พิจารณาตั้งจุดตรวจจุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม ป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย”

รวมทั้งย้ำสำนักงานขนส่งจังหวัดให้ตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และความพร้อมของรถและพนักงานขับรถที่มีการใช้งานต่อเนื่องหลายวัน โดยพนักงานขับรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และควรหยุดพักการขับขี่เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที ทุก 4 ชั่วโมง พร้อมเข้ารับการตรวจ ณ จุดตรวจ (Check Point) ตามกำหนด และแนะนำให้ผู้โดยสารร่วมสังเกตความผิดปกติของพนักงานขับที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

ส่วนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนขอให้ขับขี่อย่างมีสติ หากเหนื่อยล้าจากการเดินทางควรหยุดพักทันที หรือสลับผู้อื่นขับขี่แทน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์