ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีพฤติการณ์และการกระทำที่อาจเข้าข่ายการคุกคามสิทธิและเสรีภาพบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่งของตน อันอาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการที่มีนักข่าวหญิงคนหนึ่ง ถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งด้วย ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถาม แต่ได้แสดงอาการฉุนเฉียวโกรธเกรี้ยวไม่พอใจแล้วพูดว่า “อะไร อะไร ถามอะไร ถามใคร?” พร้อมกับเงื้อมือไปหยุมหัวนักข่าว แล้วเดินขึ้นรถไป
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถูกสังคม สื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย รวมทั้งสมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ต่างออกแถลงการณ์สะท้อนการใช้อำนาจในการคุกคามสื่อมวลชนกันมากมาย อันชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะและวุฒิภาวะของผู้กระทำโดยชัดแจ้ง
พฤติการณ์ของการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่าย ข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินกว่าปกติวิสัยของการพูดคุยหยอกล้อกันด้วยความคุ้นเคยตามที่ทีมงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะกล่าวอ้างได้ และโดยสถานะของ พล.อ.ประวิตรนั้นเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคการเมืองอยู่ พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนด หลายข้อ
อาทิ ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 17 ข้อ 20 ประกอบข้อ 27 และข้อ 28 เพราะมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวถูกกำหนดให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 219 วรรคสอง ด้วย
ศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า เหตุดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของสังคม องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมายื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามกฎหมาย เพื่อให้ไต่สวน สอบสวนว่าพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการคุกคามสื่อมวลชนหญิงคนดังกล่าว และเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯหรือไม่ หากเข้าข่ายให้ดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช. ต่อไป




