28 เม.ย. 66 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำหลักฐานมายื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณี ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ของ ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา’ ว่า เมื่อปี 2549 ตนเองเกือบจะไม่สามารถกลับมาร่วมงานศพของคุณพ่อได้ทัน เนื่องจากถูกกักตัวอยู่ที่สนามบินดอนเมือง เพราะขณะนั้นประเทศไทย เกิดการรัฐประหาร ซึ่งชาวโซเชียลฯ ได้มีการนำบทสัมภาษณ์ของพิธา ที่เคยออกรายการของ ‘คุณหนูแหม่ม’ มาเปรียบเทียบและพบว่าการให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกัน
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ทางโซเชียลฯ นำมาเปรียบเทียบพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพิธาก็ไม่ได้มีการออกมาชี้แจง โดยมีการตั้งข้อสังเกต 3-4 ประเด็น ประเด็นแรกคือการอ้างว่า เคยเป็นข้าราชการช่วยงาน ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
ประเด็นที่สอง คือกรณีการ้ให้สัมภาษณ์รายการของสรยุทธว่า ตนเองถูกควบคุมตัวไว้ที่สนามบิน ทำให้ไม่สามารถกลับไปร่วมงานศพของคุณพ่อได้ทัน แต่ขณะที่บทสัมภาษณ์ในรายการของคุณหนูแหม่ม ในอดีตบอกไว้ว่า ตนเองถูกกักตัวเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น และสามารถกลับไปร่วมงานคุณพ่อได้ตามปกติ
ประเด็นที่สาม ให้สัมภาษณ์ในรายการของสรยุทธว่า ถูกอายัดเงินในบัญชีเป็นเวลา 2-3 เดือน จนทำให้ไม่สามารถมีเงินมาจัดงานศพให้คุณพ่อ แต่ในรายการของคุณหนูแหม่มไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้
กรณีแบบนี้มีข้อห้ามระบุในน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2561 มาตรา 73 (5) ว่า ห้ามผู้สมัครหาเสียงใช้วิธีการหลอกลวง หรือใส่ร้าย พูดความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของตนเองหรือพรรคการเมือง รวมถึงพรรคก้าวไกลมีนโยบายเกี่ยวกับทหาร เช่น การปฏิรูปกองทัพ
ฉะนั้นคำพูดของพิธา ต้องการสื่อให้เห็นว่า ตนเองออกมาต่อต้านอย่างชัดเจน จากการหยิบยกประเด็นเรื่องการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ออกมาพูดและทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งวันนี้ต้องการมายื่นร้องต่อ กกต. ให้ทำการตรวจสอบและวินิจฉัย ว่าเข้าข่ายความผิดกฎหมายที่กำหนดหรือไม่
หาก กกต. วินิจฉัยว่า มีการเข้าข่ายความผิดก็จะมีอัตราโทษจำคุก 1-10 ปีและต้องจ่ายค่าปรับ 20,000-200,000 บาท พร้อมถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างน้อย 20 ปี
สำหรับหลักฐานที่ได้นำมายื่นต่อ กกต. วันนี้ เป็นคลิปวิดีโอที่ไปออกรายการจนเกิดประเด็น พร้อมนำข้อมูลที่พิธาออกมาโพสต์แก้ข่าว และข้อมูลของ ‘ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ พรรคเพื่อไทย มาประกอบด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พิธาเป็นข้าราชการจริงหรือไม่ และถูกอายัดบัญชีจริงหรือไม่ ซึ่งพิธาไม่เห็นท้วงติง พูดแต่เรื่องอื่น
ส่วนที่เจ้าตัวออกมาบอกว่า ไม่ควรเอางานศพพ่อของใครมาพูดให้เป็นเรื่อง ศรีสุวรรณ กล่าวว่า เขาเป็นคนนำเรื่องนี้ไปพูดในรายการเอง ตนเองไม่อยากไปขุดคุ้ย แต่ต้องนำเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ทางโซเชียลฯ นำมาเปรียบเทียบพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพิธาก็ไม่ได้มีการออกมาชี้แจง โดยมีการตั้งข้อสังเกต 3-4 ประเด็น ประเด็นแรกคือการอ้างว่า เคยเป็นข้าราชการช่วยงาน ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
ประเด็นที่สอง คือกรณีการ้ให้สัมภาษณ์รายการของสรยุทธว่า ตนเองถูกควบคุมตัวไว้ที่สนามบิน ทำให้ไม่สามารถกลับไปร่วมงานศพของคุณพ่อได้ทัน แต่ขณะที่บทสัมภาษณ์ในรายการของคุณหนูแหม่ม ในอดีตบอกไว้ว่า ตนเองถูกกักตัวเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น และสามารถกลับไปร่วมงานคุณพ่อได้ตามปกติ
ประเด็นที่สาม ให้สัมภาษณ์ในรายการของสรยุทธว่า ถูกอายัดเงินในบัญชีเป็นเวลา 2-3 เดือน จนทำให้ไม่สามารถมีเงินมาจัดงานศพให้คุณพ่อ แต่ในรายการของคุณหนูแหม่มไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้
กรณีแบบนี้มีข้อห้ามระบุในน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2561 มาตรา 73 (5) ว่า ห้ามผู้สมัครหาเสียงใช้วิธีการหลอกลวง หรือใส่ร้าย พูดความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของตนเองหรือพรรคการเมือง รวมถึงพรรคก้าวไกลมีนโยบายเกี่ยวกับทหาร เช่น การปฏิรูปกองทัพ
ฉะนั้นคำพูดของพิธา ต้องการสื่อให้เห็นว่า ตนเองออกมาต่อต้านอย่างชัดเจน จากการหยิบยกประเด็นเรื่องการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ออกมาพูดและทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งวันนี้ต้องการมายื่นร้องต่อ กกต. ให้ทำการตรวจสอบและวินิจฉัย ว่าเข้าข่ายความผิดกฎหมายที่กำหนดหรือไม่
หาก กกต. วินิจฉัยว่า มีการเข้าข่ายความผิดก็จะมีอัตราโทษจำคุก 1-10 ปีและต้องจ่ายค่าปรับ 20,000-200,000 บาท พร้อมถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างน้อย 20 ปี
สำหรับหลักฐานที่ได้นำมายื่นต่อ กกต. วันนี้ เป็นคลิปวิดีโอที่ไปออกรายการจนเกิดประเด็น พร้อมนำข้อมูลที่พิธาออกมาโพสต์แก้ข่าว และข้อมูลของ ‘ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ พรรคเพื่อไทย มาประกอบด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พิธาเป็นข้าราชการจริงหรือไม่ และถูกอายัดบัญชีจริงหรือไม่ ซึ่งพิธาไม่เห็นท้วงติง พูดแต่เรื่องอื่น
ส่วนที่เจ้าตัวออกมาบอกว่า ไม่ควรเอางานศพพ่อของใครมาพูดให้เป็นเรื่อง ศรีสุวรรณ กล่าวว่า เขาเป็นคนนำเรื่องนี้ไปพูดในรายการเอง ตนเองไม่อยากไปขุดคุ้ย แต่ต้องนำเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน




